กองทุนน้ำมันฯมั่นใจศักยภาพสำรองน้ำมันของเอกชน มีเพียงพอ ขณะที่แผน SPR เป็นทางเลือกที่ดี แต่ยังไม่ตอบโจทย์ตอนนี้
นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยหลังลงพื้นที่ศึกษาดูงานคลังน้ำมันชุมพร บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) และคลังน้ำมันชุมพร บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เพื่อเรียนรู้กระบวนการดำเนินงาน ระบบบริหารจัดการ และกลไกกระจายน้ำมันเชื้อเพลิงสู่ภาคใต้ ว่า ภารกิจของกองทุนน้ำมันฯไม่ได้มีเพียงดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างความเข้าใจต่อระบบพลังงานของประเทศ ให้ได้เห็นกระบวนการทำงานจริง ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ และเข้าใจต่อบทบาทของกองทุนน้ำมันฯ ในการรักษาสมดุลระหว่าง “เสถียรภาพด้านราคา” กับ “ความมั่นคงด้านพลังงาน” ของประเทศ
สำหรับคลังน้ำมัน PT จังหวัดชุมพร ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมือง มีความจุรวมกว่า 26.5 ล้านลิตร นับเป็นคลังขนาดใหญ่ อันดับ 2 จากทั้งหมด 11 แห่งของบริษัท PTG ทำหน้าที่และมีบทบาทสำคัญในฐานะ ศูนย์กลางกระจายน้ำมันภาคใต้ โดยรับน้ำมันจากโรงกลั่นไทยออยล์ และไออาร์พีซี เพื่อจัดเก็บและกระจายไปยังสถานีบริการ PT และลูกค้าธุรกิจ ค้าส่ง-อุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคใต้
ขณะที่คลังน้ำมัน ไออาร์พีซี ชุมพร มีถังเก็บผลิตภัณฑ์จำนวน 8 ใบ ความจุรวมทั้งสิ้น 9.7 ล้านลิตร พร้อมท่าเทียบเรือของตนเองสำหรับใช้ขนถ่ายสินค้าทางเรือ จำนวน 1 ท่า โดยคลังน้ำมันแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางการจัดเก็บและกระจายผลิตภัณฑ์กลุ่มปิโตรเลียมหลักแห่งหนึ่งในภาคใต้ ที่พร้อมจำหน่ายให้แก่ลูกค้า ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และสนับสนุนเศรษฐกิจและการคมนาคมในพื้นที่ภาคใต้และจังหวัดใกล้เคียง
ปัจจุบันการสำรองน้ำมันโดยศักยภาพจะสำรองได้ไม่เกิน 3 วันซึ่งเป็นระดับที่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในกลุ่ม 5 จังหวัด ภาคใต้ตอนบน ได้แก่ ชุมพร กระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานี ขณะที่การขนส่งน้ำมันมีทั้งที่ขนส่งตรงจากโรงกลั่นทางบกและการขนส่งทางเรือ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละคลังน้ำมัน
“การลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้เห็นภาพรวมของคลังน้ำมันระดับภูมิภาคอย่างชุมพร จะเข้าใจชัดเจนว่าทุกหยดน้ำมันที่ส่งถึงมือประชาชน เกิดจากกระบวนการทำงานที่ต้องอาศัยความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการ และนโยบายพลังงานที่รอบด้าน ซึ่งกองทุนน้ำมันฯ ยังคงยืนหยัดเป็นกลไกสำคัญที่คอยรักษาเสถียรภาพด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้พลังงานเข้าถึงประชาชนอย่างเป็นธรรม และในราคาที่เหมาะสม”
สำหรับจังหวัดชุมพรถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของระบบพลังงานภาคใต้ การศึกษาดูงานครั้งนี้นอกจากจะเปิดมุมมองให้ทุกฝ่ายได้เรียนรู้กระบวนการจัดการคลังน้ำมันเชื้อเพลิงของภาคเอกชนแล้ว ยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงนโยบาย และแนวทางการพัฒนาระบบพลังงาน เพื่อสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน ในการขับเคลื่อนภารกิจด้านพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน
นายพรชัย กล่าวถึง การสำรองน้ำมันแบบ SPR (Strategic Petroleum Reserve) ซึ่งรัฐบาลจะทำหน้าที่เก็บน้ำมันไว้ในคลังน้ำมันสำรองระดับชาติ เพื่อใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน นั้น เคยมีแนวคิดที่จะนำมาใช้เพื่อเตรียมพร้อม จากกรณีสงครามขัดแย้งอิหร่าน-อิสราเอล และมีข่าวจะปิดชองแคบฮอร์มุช ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบที่สำคัญของโลก แต่ถ้ามองศักยภาพของการสำรองน้ำมันตามกฏหมายที่กำหนดไว้ ทั้งน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป รวมแล้วได้ประมาณ 25 วัน เมื่อรวมกับการสำรองทางการค้าทางการค้าของบริษัทน้ำมันเอกชนจะครอบคลุมได้ 30-45 วัน ซึ่งสามารถขอความร่วมมือให้สำรองได้เพิ่มถึง 60 วัน ก็เป็นระดับที่เพียงพอในการดูแลเสถียรภาพความมั่นคงทางพลังงาน