ม.หอการค้าฯปรับคาดการณ์จีดีพีดีขึ้นแตะ 2% หลังเห็นสัญญาณมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นฯเดือนก.ย.ฟื้นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน ตอบรับครม.ใหม่
รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณเศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: CCI) เดือนก.ย. 2568 ว่าดัชนีฯปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 50.1 เป็น 50.7 ปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคมีความหวังและมีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 นายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะรัฐมนตรีจะสามารถใช้นโยบายของรัฐเช่น โครงการคนละครึ่งพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้
ทั้งนี้แม้ว่ายังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากสงครามการค้าที่สหรัฐฯ และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาที่อาจส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยอาจฟื้นตัวได้ช้าก็ตาม
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 44.4 48.5 และ 59.3 ตามลำดับ ปรับตัวดีขึ้นทุกรายการเป็นครั้งแรกในรอบ 8 โดยปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนสิงหาคม ที่อยู่ในระดับ 44.1 48.3 และ 58.0 ตามลำดับ
อย่างไรก็ตามการที่ดัชนียังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจนแม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังไม่มีผลงานที่ออกมาเป็นรูปธรรมและค่าครองชีพที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง
ตลอดจนปัญหาเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะชะลอตัวลงจากสงครามการค้า ซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีโอกาสฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน จาก 57.3 มาอยู่ที่ระดับ 58.7 การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความเชื่อมั่นในปัจจุบัน แต่ผู้บริโภคเริ่มมีความหวังว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้จากนโยบายคนละครึ่งพลัสและนโยบายอื่นๆ ของรัฐบาล ซึ่งจะต้องตามดูสถานการณ์ต่อไปว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนถัดไปจะปรับตัวดีขึ้นหรือไม่
รศ.ดร. ธนวรรธน์ กล่าวว่า ทางศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ปรับประมาณการอัตราการเติบโตของประเทศ(จีดีพี) เพิ่มเป็น 2.0% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 1.7% และปรับเพิ่มเป้าส่งออกเป็น 6.1% จากเดิม 2.5 % การลงทุนภาคเอกชนปรับเพิ่มเป็น 1.1% จากเดิมคาดหดตัว-1.2% และการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนปรับเพิ่มเป็น 2.8% ซึ่งเป็นจากผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการบริโภคในช่วงปลายปี
ทั้งนี้ยังมีความไม่แน่นอนอาจมีผลต่อจีดีพีในช่วงทีเหลือของปีคือภาษี Transshipment โดยสหรัฐเสนอใหเพิ่มสัดส่วน Local Content เป็น 50-60% อาจทำให้จีดีพีลดลง ขณะที่เสถียรภาพรัฐบาลเสียงข้างน้อย กำหนดข้อตกลงยุบสภาภายใน 4 เดือนสร้างความไม่แน่นอนต่อการลงทุนและความเชื่อมั่น นอกจากนี้ยังบรรยากาศความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัว