ตามคำเชิญของนายหวังอี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยและนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ได้นำคณะเดินทางมายังมณฑลยูนนาน ระหว่างวันที่ 28 – 29 ธันวาคม เพื่อเข้าร่วมการหารือร่วมกัน
เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม ภายหลังการประชุมไตรภาคี ได้มีการออกแถลงข่าวร่วม ซึ่งระบุไว้ 5 ประเด็นว่า ไทยและกัมพูชาจะเสริมสร้างการสื่อสาร พัฒนาความเข้าใจ และค่อย ๆ เสริมสร้างความมั่นคงของการหยุดยิง ฟื้นฟูการติดต่อระหว่างกัน สร้างความไว้วางใจทางการเมือง ฟื้นฟูความสัมพันธ์ และร่วมกันธำรงสันติภาพในภูมิภาคอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
โลกยังคงจดจำภาพเหตุการณ์ในมณฑลยูนนานเมื่อกว่า 4 เดือนที่แล้วได้เป็นอย่างดี : เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 นายหวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศจีนได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยและกัมพูชามาร่วมจิบน้ำชาและสนทนาที่เมืองอันหนิง มณฑลยูนนาน
จากอันหนิงสู่ทะเลสาบฝูเซียน จีน ไทย และกัมพูชา กลับมารวมตัวกันที่ยูนนานอีกครั้ง เพื่อ “สันติ”
ณ เมืองอันหนิง พวกเขาได้ "ส่งเสียงแห่งสันติภาพ" ที่พูดถึงสันติภาพ ความกลมเกลียว และความเป็นมิตร ส่วนที่ฝั่งทะเลสาบฝูเซียน การมาประชุมร่วมกันครั้งนี้มีความหวังว่าจะเยียวยาบาดแผลจากความขัดแย้ง ขจัดอุปสรรคในใจของกันและกัน และนำพาความสัมพันธ์กลับคืนสู่ความปรองดองอย่างแท้จริง
จากอันหนิงสู่ทะเลสาบฝูเซียน ระยะเวลากว่า 4 เดือน ระยะทางเพียง 100 กว่ากิโลเมตร สิ่งที่เราผู้เข้าร่วมทั้งสองครั้ง และโลกได้เห็นคืออะไร?
มารวมตัวกันเพราะ “和- สันติ” แล้วเหตุใดต้องเป็นยูนนาน?
ช่วงสองวันที่เข้าร่วมประชุมฯ ความรู้สึกชัดเจนที่สุดของพวกเรา คือ คำว่า"和- สันติ"
ในยูนนาน คำว่า"和" เป็นนามสกุลที่พบบ่อยของชาวน่าซี คำว่า "เหอ" นี้ บรรยายถึงความเปิดกว้างของอารยธรรมจีนได้อย่างมีชีวิตชีวา และยังสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและการโอบรับกันของยูนนานอันหลากสีสัน
เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการที่มณฑลยูนนาน ก่อนเดินทางออกจากลี่เจียง ท่านกล่าวกับชาวบ้านและนักท่องเที่ยวว่า “ลี่เจียงเป็นสถานที่ที่ดี และจะพัฒนาได้ดียิ่งขึ้น หวังให้ทุกท่านมีชีวิตที่สุขสงบงดงาม ดุจเดียวกับนามสกุลใหญ่ของชาวน่าซี คือ ‘เหอ’ ที่มีความสงบสุขและความสามัคคี"
ความสงบสุขและความสามัคคี นี่คือวิถีชีวิตของชาวยูนนาน และยังเป็นภาพสะท้อนของมิตรภาพระหว่างยูนนานกับเพื่อนบ้านรอบข้าง
จากกรุงเทพฯ พนมเปญ ถึงยูนนาน นั้นใกล้กว่าที่คิด และยูนนานกับไทย–กัมพูชา ใกล้ชิดดั่งเพื่อนบ้าน
ยูนนานเป็นมณฑลที่อยู่ใกล้ประเทศไทยที่สุดในทางบกของจีน ความร่วมมือด้านการคมนาคม การค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างยูนนานกับไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง เติมพลังให้กับแนวคิด “จีน–ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” มีชีวิตชีวามากขึ้น และช่วยให้การสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันจีน-ไทยเดินหน้าอย่างลุ่มลึกและมั่นคง
ยูนนานเป็นมณฑลที่อยู่ใกล้กัมพูชามากที่สุดในทางบกของจีน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยูนนานและกัมพูชาได้ร่วมมือกันในทิศทางใหม่ ๆ โดยนำความแข็งแกร่งในท้องถิ่นมาสนับสนุนความก้าวหน้าของประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันจีน-กัมพูชายุคใหม่อย่างมั่นคง และเสริมสร้างมิตรภาพที่แน่นแฟ้นระหว่างจีนและกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง
มือแห่งมิตรภาพที่ยื่นออกจากยูนนาน จับแน่นกับเพื่อนบ้านรอบข้างอย่างแน่นแฟ้น
รวมตัวกันเพื่อ “สันติ” — จีนและโลกจะดีขึ้น
ตลอดการประชุม เราได้ยินคำว่า “ขอบคุณ” นับครั้งไม่ถ้วนจากทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา พวกเขาขอบคุณบทบาทเชิงรุกของจีน ขอบคุณที่จีนเอื้ออำนวยให้เกิดการพบปะเผชิญหน้าในยูนนานครั้งนี้
วันที่ 24 กรกฎาคมปีนี้ เกิดเหตุการณ์ปะทะทางอาวุธตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา หลังจากนั้น ทั้งสองฝ่ายเกิดการปะทะกันตามแนวชายแดนหลายรอบ สถานการณ์ตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง ความเสียหายและผลกระทบขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนก่อให้เกิดความสนใจอย่างสูงจากประชาคมระหว่างประเทศ
เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมตามเวลาท้องถิ่น การประชุมคณะกรรมการชายแดนไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 3 ได้จัดขึ้นที่จุดผ่านแดนจังหวัดจันทบุรี ประเทศไทย การประชุมได้ออกแถลงการณ์ร่วมให้คำมั่นว่า ทั้งสองฝ่ายจะหยุดยิงตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันนั้นเป็นต้นไป
เหตุใดจึงต้องขอบคุณจีน? ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ จีนทำอะไรบ้าง?
บางทีคุณอาจจะหาคำตอบได้จากตัวเลข "4, 2, 1, 3"
การทูตแบบเดินสาย 4 ครั้ง
ในเดือนกรกฎาคม ตั้งแต่เกิดความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา จีนได้ดำเนินการทูตแบบเดินสาย 4 ครั้ง เพื่อสนับสนุนการเจรจาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้ทั้งสองฝ่ายก้าวไปในทิศทางเดียวกัน และฟื้นฟูสันติภาพโดยเร็วที่สุด
โทรศัพท์สองสาย
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม นายหวังอี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย และนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา
ในการสนทนาระบุว่า จีนยึดมั่นในหลักการส่งเสริมการเจรจาเพื่อสันติภาพและความยุติธรรมในประเด็นข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา รวมถึงสนับสนุนความพยายามไกล่เกลี่ยของอาเซียน ผู้แทนพิเศษด้านกิจการเอเชียของกระทรวงการต่างประเทศจีนได้เดินทางไปยังไทยและกัมพูชาเพื่อแลกเปลี่ยนการสื่อสาร จีนจะยังคงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมและมีบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการส่งเสริมการฟื้นฟูสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชาต่อไป
ตอบคำถามหนึ่งครั้ง
เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม โฆษกกระทรวงการต่างประเทศได้ตอบคำถามนักข่าวเกี่ยวกับการลงนามแถลงการณ์ร่วมหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยระบุว่า :
จีนจะใช้วิธีการของตนเองที่มีบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการช่วยไทยและกัมพูชารักษาสถานการณ์หยุดยิง ฟื้นฟูการติดต่อระหว่างกัน สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจทางการเมืองขึ้นใหม่ บรรลุการปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ และธำรงสันติภาพในภูมิภาค
การพบปะสามครั้ง
เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม นายหวังอี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้แยกกันพบปะกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย และนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา
ระหว่างพบปะกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นายหวังอี้กล่าวว่า ในฐานะเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดและเป็นมิตร จีนไม่ต้องการเห็นไทยและกัมพูชาเผชิญหน้ากันด้วยกำลังทางทหารมากที่สุด และหวังมากที่สุดที่จะเห็นทั้งสองประเทศปรองดองกัน หลังจากสงครามยุติลง การทูตควรเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การสร้างสันติภาพขึ้นใหม่เป็นความปรารถนาของประชาชนและเป็นความคาดหวังของทุกฝ่าย
ในการพบปะกับนายปรัก สุคน นายหวังอี้กล่าวว่า "เราหวังที่จะร่วมกันส่งสารแห่งสันติภาพจากมณฑลยูนนาน เราจะร่วมกันส่งเสียงเพื่อสันติภาพ บรรลุฉันทามติแห่งสันติภาพ และแสดงให้เห็นถึงโอกาสแห่งสันติภาพ"
วันที่ 29 ธันวาคม การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศจีน-ไทย-กัมพูชา ได้จัดขึ้นอย่างประสบความสำเร็จที่เมืองอวี้ซี มณฑลยูนนาน โดยมีนายหวังอี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยและนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา รวมถึงผู้แทนฝ่ายทหารจากทั้งสามประเทศ เข้าร่วมการประชุม
นายหวังอี้กล่าวว่า การประชุมสามฝ่ายในครั้งนี้เกิดขึ้นในเวลาที่เหมาะสม ณ ที่นี้ มีการเจรจารแบบทวิภาคีหลายประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแลกเปลี่ยนเชิงลึกแบบตัวต่อตัวระหว่างกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงทหารของไทยและกัมพูชา ทุกฝ่ายแสดงท่าทีที่เป็นบวกและเปิดกว้าง มุ่งมั่นผ่อนคลายสถานการณ์และลดความตึงเครียด และต่างก็เต็มใจที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศบนพื้นฐานของการหยุดยิง การหารือระหว่างสามฝ่ายเป็นประโยชน์และสร้างสรรค์ ก่อให้เกิดฉันทามติที่สำคัญร่วมกัน
การรวมตัวกันที่ทะเลสาบฝูเซียนในครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อเยียวยาบาดแผลที่เกิดจากความขัดแย้ง ขจัดอุปสรรคในใจของกันและกัน และบรรลุถึงการปรองดองอย่างแท้จริง ซึ่งสอดคล้องกับผลประโยชน์ของประชาชนไทยและกัมพูชาและเป็นความคาดหวังร่วมกันของทุกฝ่าย จีนจะมุ่งมั่นทำหน้าที่ผู้ส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา พร้อมให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนที่จำเป็นทุกด้าน รวมถึงการกำกับดูแลการหยุดยิง ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ความร่วมมือด้านการกวาดล้างทุ่นระเบิด จีนเชื่อมั่นและคาดหวังว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาจะกลับสู่ปกติโดยเร็ว
เหตุใดจึงต้องกล่าวถึง "วิถีอาเซียน" นี่คือแนวทางแบบใด?
ขณะที่พบปะกับนายหวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนนั้น นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้วได้กล่าวชื่นชมอย่างสูงต่อความพยายามเชิงรุกของจีนในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งไทย-กัมพูชาโดยใช้ "วิถีอาเซียน" เอเชียคือบ้านร่วมกันของเรา จีนและประเทศเพื่อนบ้านเป็นประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันอย่างแนบแน่น
ย้อนกลับไปในปี 2558 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้กล่าวถึง "วิถีอาเซียน" ในสุนทรพจน์หลักของท่านในการประชุมฟอรั่มเอเชียโป๋อ๋าวประจำปี 2015
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ชี้ให้เห็นว่า หลังจากสงครามเย็นสิ้นสุดลง ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียได้พัฒนามาเป็นลำดับจนก่อเกิด "วิถีอาเซียน" ซึ่งประกอบด้วยการเคารพซึ่งกันและกัน การบรรลุฉันทามติผ่านการปรึกษาหารือ และการคำนึงถึงความสบายใจของทุกฝ่ายในกระบวนการร่วมมือระดับภูมิภาค ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้สร้างคุณูปาการทางประวัติศาสตร์ต่อการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างถูกต้องและส่งเสริมการสถาปนาระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรูปแบบใหม่
ในช่วงเวลาสำคัญของปีนี้ ณ สถานที่แห่งนี้ เรายิ่งรู้สึกอย่างลึกซึ้งว่า
วิถีอาเซียน ยึดมั่นอยู่กับสันติภาพและความมั่นคง ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สาเหตุที่เอเชียสามารถบรรลุผลสำเร็จด้านการพัฒนาที่เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาโลกนั้น ได้มาจากสภาพแวดล้อมโดยรวมที่สงบสุขและมั่นคง หลักการร่วมอยู่กันอย่างสันติภาพห้าประการ "จิตวิญญาณแห่งบันดุง" และ "วิถีอาเซียน" ล้วนเป็นมรดกล้ำค่าที่เราต้องรักษาเป็นอย่างดี
จีนเป็นผู้ปฏิบัติตามวิถีอาเซียนอย่างแข็งขันเสมอมา จีนได้ทุ่มเทอย่างมากในการสนับสนุนการแก้ปัญหาวิกฤตทางการเมือง การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ การส่งเสริมการเจรจาสันติภาพ และเปลี่ยนความขัดแย้งสู่ความปรองดอง แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบในฐานะมหาอำนาจ
เมื่อเปรียบเทียบกับความพยายามไกล่เกลี่ยที่จัดฉากขึ้นของบางประเทศ ความพยายามของจีนในการส่งเสริมการเจรจาสันติภาพนั้นไม่เคยเป็นการบังคับผู้อื่น และไม่เคยล้ำเส้นขอบเขต จีนยึดมั่นในความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีและความช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติต่อประเทศเพื่อนบ้านด้วยความจริงใจเสมอ
จริงใจต่อกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุข ย่อมได้รับความจริงใจตอบแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยและกัมพูชาต่างขอบคุณจีนที่จัดเวทีการเจรจาในครั้งนี้ และชื่นชมบทบาทที่สร้างสรรค์ของจีนในการแก้ไขความขัดแย้ง ลดความตึงเครียด และส่งเสริมการเจรจา ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำถึงความสำคัญของสันติภาพ และแสดงความเต็มใจที่จะดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างแข็งขัน ใช้กลไกการเจรจาในทุกระดับให้เกิดประโยชน์สูงสุด ร่วมกันจัดการและแก้ไขข้อพิพาท และร่วมกันรักษาสันติภาพและความสงบสุขในพื้นที่ชายแดนระหว่างสองประเทศ
กระทรวงการต่างประเทศไทย : ไทยชื่นชมในบทบาทและความเข้าใจของจีนในการสนับสนุนกระบวนการสันติภาพไทย-กัมพูชาผ่านวิถีอาเซียน ไทยเชื่อว่าการปรับความสัมพันธ์ทางการทูตควรค่อยเป็นค่อยไปเพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน
นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา : หลังจากหารือทวิภาคีกับท่านรัฐมนตรีหวังอี้เสร็จแล้ว ข้าพเจ้าได้พักผ่อนสักครู่ และมองไปยังทะเลสาบฝู่เซียนที่อยู่ไกลออกไป ความสงบนิ่งของผืนน้ำได้ย้ำเตือนเราว่าสันติภาพคือความรับผิดชอบร่วมของเราทุกคน ที่ต้องร่วมกันสร้างขึ้นบนพื้นฐานของความไว้วางใจและความเคารพซึ่งกันและกัน เราควรปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาอย่างมั่นคง เพื่อธำรงรักษาสันติภาพและความปรองดอง
เวลาผ่านไปกว่า 4 เดือน ย้อนกลับมาสู่ยูนนานอีกครั้ง การร่วมกันจับมือ ก้าวไปข้างหน้า
ณ สถานที่แห่งนี้ ภาพที่ประทับใจเราที่สุดคือการจับมือ
เมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศจับมือกัน คำตอบบางอย่างก็ชัดเจนยิ่งขึ้น
การกลับมายูนนานอีกครั้ง ไม่ใช่การกลับสู่จุดเริ่มต้น หากแต่เป็นการออกเดินทางครั้งใหม่สู่สันติภาพและความหวัง
ในช่วงสี่เดือนกว่าที่ผ่านมา เราได้สัมผัสอีกครั้งว่าการเปลี่ยนแปลงของโลก ยุคสมัย และประวัติศาสตร์ กำลังก้าวหน้าในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
แต่แนวโน้มของโลกในปัจจุบันคืออะไร? คำตอบมีเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือ สันติภาพ การพัฒนา ความร่วมมือ และผลประโยชน์ร่วมกัน
กว่าสี่เดือนที่ผ่านมา เราได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงคำกล่าวที่ว่า “เอเชียคือบ้านของเรา ประเทศเพื่อนบ้านคือเพื่อนบ้านที่ไม่มีวันย้ายถิ่นไปไหน การช่วยเหลือเพื่อนบ้านคือการช่วยเหลือตัวเราเอง”
กว่าสี่เดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นอย่างแท้จริงถึงความมุ่งมั่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงของมหาอำนาจที่รับผิดชอบต่อสันติภาพ และคำมั่นสัญญาที่มั่นคงต่อมิตรสหาย
"ญาติมิตรปรารถนาให้ญาติมิตรเจริญ เพื่อนบ้านปรารถนาให้เพื่อนบ้านร่มเย็นเป็นสุข"
เมื่อมารวมตัวกันที่ทะเลสาบฝูเซียน รับรู้ถึงความอบอุ่นของฤดูหนาวท่ามกลาง “น้ำใสของทะเลสาบที่สะท้อนท้องฟ้าที่สดใส”
ณ มณฑลยูนนาน เมื่อมองไปข้างหน้า เรามองเห็นความหวัง : เส้นทางที่เริ่มต้นจากที่นี่ จะนำไปสู่สันติภาพ
บทความจาก Mekong News Network
Photo - สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย