รองนายกฯ สุชาติ เคาะเสนอ ครม. “เชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา” ขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม

รองนายกฯ สุชาติ เคาะเสนอ ครม. “เชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา” ขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม
พร้อมเตรียมนำเสนอ “วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ปี 69

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ครั้งที่ 5/2568 โดยมี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางจุฬามณี ชาติสุวรรณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นรองประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 10 สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาคารทิปโก้ และผ่านระบบการประชุมทางไกล VDO Conference

ที่ประชุมได้มีมติสำคัญพิจารณาให้ความเห็นชอบ (ร่าง) เอกสารการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม “อนุสรณ์สถานแหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา” เพื่อขอรับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 383 ไร่ 1 งาน 20 ตารางวา ประกอบด้วย กำแพงเมืองและคูเมืองเชียงใหม่ วัดเชียงมั่น วัดเจดีย์หลวง วัดพระสิงห์ วัดบุปผาราม (วัดสวนดอก) โบราณสถานวัดอุโมงค์ สวนพุทธธรรม วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร และโบราณสถานวัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด) ตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 และได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งเสนอ (ร่าง) เอกสารดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ประเทศไทยสามารถจัดส่งเอกสารให้ศูนย์มรดกโลกได้ทันภายในวันที่ 30 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่สามารถยื่นเอกสารโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการประเมินขั้นต้น (Preliminary Assessment) หากพ้นกำหนดดังกล่าว หรือเอกสารถูกส่งกลับ จะต้องเริ่มกระบวนการจัดทำเอกสารใหม่ตามขั้นตอนการประเมินขั้นต้น ซึ่งจะต้องใช้เวลาดำเนินการไม่น้อยกว่า 3 ปี ทั้งนี้ การผลักดัน “เชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา” สู่การเป็นแหล่งมรดกโลก จะเป็นการเสริมสร้างบทบาทและภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีนานาชาติ และหากการขึ้นทะเบียนประสบความสำเร็จ จะสามารถสร้างคุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดเชียงใหม่ในระยะยาว

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบความก้าวหน้าการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทย จำนวน 2 แหล่ง ได้แก่ 1) วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจะมีการพิจารณาการนำเสนอในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 29 กรกฎาคม 2569 ณ เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี และ 2) พระธาตุพนม กลุ่มสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์และภูมิทัศน์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอรับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก รวมทั้งได้พิจารณาการเข้าร่วมเป็นเครือข่ายพันธมิตรความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค – พันธมิตรเมืองมรดกโลก หรือ RCEP World Heritage Cooperation Alliance ตามคำทาบทามจากสาธารณรัฐประชาชนจีน และได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ กรมศิลปากร และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชพิจารณาข้อดีข้อเสียและแนวทางการเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายดังกล่าว
ภายหลังการประชุม ดร.รวีวรรณ ปลัดกระทรวงฯ ได้และนายบวรเวช รุ่งรุจี ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับความสำคัญในการผลักดัน “อนุสรณ์สถานแหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา” เพื่อเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของไทย โดยเน้นย้ำว่ามีความโดดเด่นอันเป็นสากล มีความครบถ้วนสมบูรณ์ของคุณลักษณะ คุณสมบัติ ของมรดกทางวัฒนธรรมที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน มีความเป็นของแท้และดั้งเดิม ได้รับการอนุรักษ์ให้คงสภาพความเป็นเมืองโบราณ และยังสามารถใช้ประโยชน์ตามขนบธรรมเนียมมาจนถึงปัจจุบัน จึงควรเสนอเป็นแหล่งมรดกโลกเพื่อให้ลูกหลานได้ทราบถึงประวัติศาสตร์ไทยในสมัยอาณาจักรล้านนา อันเป็นอีกยุคหนึ่งที่สำคัญของไทย

 

TAGS: #เชียงใหม่ #นครหลวงของล้านนา #ขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม #วัฒนธรรม #กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม