“คน” ยิ่งจะสำคัญมากขึ้นในยุค AI

“คน” ยิ่งจะสำคัญมากขึ้นในยุค AI
คอลัมน์ 'คุยเฟื่องเรื่องใกล้ตัว' โดย 'วิฑูรย์ สิมะโชคดี'

ทุกวันนี้ ปัญหาต่างๆ ในองค์กร มักจะเกิดจาก “ความสามารถในการบริหารจัดการ” ของ “ผู้นำ”

สังคม (ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน)  และธุรกิจอุตสาหกรรม  จึงให้ความสำคัญกับ “ความเป็นผู้นำ” มาก  เพราะเชื่อกันว่าผู้นำ คือ ผู้ที่จะบริหารจัดการองค์กร (นำพาผู้คนที่ร่วมงาน) ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายและมีอนาคตต่อไปได้ (มีกำไร มีชื่อเสียง ทำงานอย่างมีความสุข เป็นต้น)

หนังสือที่วางขายกันมากมายในปัจจุบัน จึงเป็นเรื่องของ “ผู้นำ” กับ “ภาวะผู้นำ” ที่ทุกคนอยากเป็น  แต่เราแทบจะไม่เคยเห็นหนังสือที่ว่าด้วย “ความเป็นผู้ตาม” เลย อาทิ การเป็นผู้ตามที่ดี สุดยอดผู้ตาม ผู้ตามมืออาชีพ คุณสมบัติของผู้ตามที่มากความสามารถ จากผู้ตามสู่ผู้นำ การพัฒนาผู้ตาม เป็นต้น

เราจึงมีแต่คนที่อยากจะเป็น “ผู้นำ” หรือ “ผู้บริหาร” (เร็วๆ และนานๆ)  โดยไม่มีใครอยากจะเป็น “ผู้ตาม” (ลูกน้อง) นานๆ เลย  ดังนั้น ใครเป็น “ผู้นำ” หรือ “ผู้บริหาร” ที่มีอายุน้อย สังคมก็จะชื่นชมยกย่อง และเอาเป็นแบบอย่าง

ว่าไปแล้ว เราทุกคนควรจะต้องเริ่มจากการเป็น “ผู้ปฏิบัติงาน” หรือ “ผู้ตาม” ที่ดีและมีคุณภาพก่อน  แล้วค่อยๆ พัฒนาตนเอง เพื่อเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์ให้แข็งแกร่งก่อน จนสามารถไต่เต้าจาก “ลูกน้อง” ไปเป็น “หัวหน้า” ( จาก “ผู้ตาม” เลื่อนขึ้นไปเป็น “ผู้นำ” )  เพื่อจะได้เป็น “ผู้นำที่มีคุณภาพ” ต่อไป

แต่ในความเป็นจริงแล้ว  ผู้คนจำนวนไม่น้อยไม่ค่อยให้ความสำคัญและอดทนกับ “การไต่เต้า” จากการเป็นผู้ตามก่อนจนก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้นำ

การทำงาน การแก้ปัญหาในงาน การปรับปรุงงาน และการเรียนรู้จากสถานที่ทำงาน   จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญยิ่งของ “การพัฒนาตนเอง” ให้เจริญก้าวหน้าจาก “ความเป็นลูกน้อง” ไปสู่  “ความเป็นหัวหน้า”  และความเป็น  “มืออาชีพ”  ที่ค่อยๆ ยกระดับไปสู่  “ความเป็นผู้บริหาร” และ “ผู้นำ” ต่อไป

“ผู้นำ” จึงต่างจาก “ผู้ตาม” เพราะผู้นำต้องทำการบริหารจัดการ  เพื่อนำพาผู้ตามและองค์กรไปสู่ความสำเร็จตามวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่กำหนดไว้  ดังนั้น ผู้นำจึงมักจะเกี่ยวข้องกับการทำงานของคนหลายคน (ทีมงาน) ในขณะที่ผู้ตามมักจะทำงานแบบฉายเดี่ยวตัวใครตัวมัน

ความรู้ความสามารถของผู้นำจึงเกี่ยวข้องกับทักษะความรู้หลายๆ ด้าน (ที่เรียนรู้จากที่ทำงาน และศึกษาเพิ่มเติมเอง)  โดยเฉพาะความรู้ความสามารถทางการบริหารจัดการ  แต่ผู้ตามต้องมีความรู้ความสามารถเฉพาะตัวเพื่อทำงานที่ตนเองรับผิดชอบหรือที่ทำอยู่เป็นหลัก  ซึ่งเกือบจะไม่เกี่ยวข้องกับ “การบริหารจัดการทีมงาน” เลย เพียงแต่ผู้ตามต้อง “ทำงานเป็นทีม” อย่างมีประสิทธิภาพให้ได้

ความรับผิดชอบ ในผลงานที่เกิดจากการทำงานเป็นทีมงานของผู้คนหลายคน  จึงชี้วัดถึงความสามารถและความมีประสิทธิภาพของ “ผู้นำ” ได้

ทุกองค์กรในวันนี้  “ผู้นำ” และ “ผู้ตาม” ต่างต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน  เราต่างต้องยึดหลักการที่ว่า “ทุกคนต้องรู้จริงในงานและทำได้ด้วย”  จึงจะทำงานหนึ่งๆ ได้สำเร็จตามเป้าหมายที่เป็น “ผลงานร่วมกัน” ของทั้งผู้นำและผู้ตาม

แต่ในความเป็นจริงแล้ว  องค์กรส่วนใหญ่มักจะเป็นบรรยากาศของ “การไม่ทำงานเป็นทีม” หรือเป็นแบบ “ตัวใครตัวมัน” ที่ “รู้ไม่จริงและทำไม่(ค่อย)ได้ด้วย”   หลายๆ องค์กรจึงเต็มไปด้วย “ปัญหาที่ซุกใต้พรม” ที่รอผู้นำทำการบริหารจัดการให้เกิด “ผลสัมฤทธิ์” ที่เป็นไปตามเป้าหมายขององค์กร

แต่นี้ไป ไม่ว่าจะเป็นยุคของ “ดิจิทัล” หรือยุคของ “หุ่นยนต์/AI”  ผมก็ยังเชื่อมั่นว่า “คน” จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น องค์กรต่างๆ ยังจะต้องมี “ผู้นำคอยโบกธง” เพื่อนำขบวนทัพ  โดยมี “ผู้ตามที่พร้อมจะก้าวตามผู้นำ” ด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธาในท่านผู้นำ  ครับผม !

TAGS: #คุยเฟื่องเรื่องใกล้ตัว #วิฑูรย์ #สิมะโชคดี #AI