โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ถ่ายทอดความทรงจำและความประทับใจ ผ่าน 9 อัตลักษณ์โฉมใหม่โรงแรม พร้อมเปิดต้อนรับผู้คนทั่วโลก ในเดือนก.ย.นี้
“โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ” สถานที่แห่งความทรงจำ และความประทับใจนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) ชื่อนี้ที่บ่งบอกถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันดีงาม สถานที่ที่ได้ต้อนรับ นักท่องเที่ยว บุคคลสำคัญทั้งไทยและระดับโลกด้วยการบริการแบบไทยที่อบอุ่นและมีนํ้าใจ รวมทั้งเป็นสถานที่ ที่จารึกผลงานทางศิลปะ สถาปัตยกรรมและจิตรกรรมจากอดีตถึงปัจจุบันไว้อย่างมากมาย
และหากกล่าวถึงอัตลักษณ์ที่ทรงคุณค่าแห่งความทรงจำของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ นั้น จะมีเรื่องราวความงดงามแสดงและแทรกอยู่ในหลายๆ ส่วนทั้งภายในและภายนอกของโรงแรม โดยอัตลักษณ์เหล่านั้นกำลังจะถูกนำมาถ่ายทอด อีกครั้งหนึ่งเพื่อสร้างความประทับใจให้กับคนไทยและผู้มาเยือนจากทั่วโลกในเดือนกันยายนนี้ กับโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ณ Dusit Central Park
คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ด้วยเจตจำนงค์และความตั้งใจของ ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้งโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ที่มุ่งมั่นยกระดับธุรกิจโรงแรม และการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยท่านไม่เพียงแต่สร้างโรงแรมที่มีความโดดเด่นและสะท้อนความงดงามของกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังได้นำเอาอัตลักษณ์ ความเป็นไทยรูปแบบต่างๆ มานำเสนอและสร้างสรรค์จนเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลกอีกด้วย
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ แม้เวลา ผ่านมามากกว่าครึ่งศตวรรษ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ก็ยังเป็นโรงแรมอันดับต้นๆ ที่ยังสืบทอดและอนุรักษ์ศิลปะความเป็นไทยเอาไว้ได้อย่างงดงาม หน้าที่สำคัญของพวกเราในวันนี้นอกเหนือจากการสร้างโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ แห่งใหม่ที่ร่วมสมัยแล้วนั้น เราต้องการส่งต่อศิลปะทั้งสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมอันทรงคุณค่าเหล่านี้ เพื่อเก็บรักษาไว้เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมไทยจากรุ่นสู่รุ่น และมอบคุณค่าทางจิตใจให้กับลูกค้าและแขกผู้มาเยือนที่มีความรักความผูกพันกับ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ต่อไปอย่างยาวนาน
และนี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้ในช่วงเวลาที่เราจะปิดโรงแรมในปี พ.ศ. 2562 เราจึงได้เชิญคณะอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิและทีมงานจากมหาวิทยาลัยศิลปากร มาร่วมกันเก็บบันทึกส่วนต่างๆ ที่ทรงคุณค่าและควรแก่การอนุรักษ์จนได้เป็นผลงานมากมาย
โดยเราขอหยิบยกเอา 9 อัตลักษณ์อันโดดเด่นที่บ่งบอกถึงความเป็นดุสิตธานีได้มากที่สุดมาเล่าสู่กันฟัง 9 ชิ้นงานนี้ได้แก่
- ยอดเสาสีทอง (Golden Spire)
- กรอบอาคารสีทอง (Golden Façade)
- ห้องไลบรารี (Library 1918)
- ต้นไม้แห่งความทรงจำ (Trees from Original Dusit Thani Bangkok)
- นํ้าตก (Signature Cascading Waterfall)
- เพดานล็อบบี้ (Signature Lobby’s Ceiling)
- ผนังตกแต่ง (Decorative Lobby’s Screens)
- เสาเบญจรงค์ (Benjarong Pillars)
- ห้องไทยเฮอร์ริเทจ สวีท (Heritage Suite)
โดยส่วนต่างๆ เหล่านี้จะกลับมาสร้างความประทับใจครั้งใหม่ให้กับคนไทยและผู้มาเยือนจากทั่วโลกอีกครั้ง ภายในโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ที่ Dusit Central Park แห่งนี้”
ขณะที่ การอนุรักษ์มรดกแห่งความทรงจำอันทรงคุณค่าที่เปี่ยมไปด้วยความหมายเหล่านี้ จะเป็นภาพสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ที่ต้องการสานต่อเรื่องราวแห่งความใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อเชื่อมโยงมรดกทางความทรงจำให้คงอยู่บนรากฐานของความแข็งแกร่งทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันงดงามของไทย สู่การหลอมรวมกับตัวตน อัตลักษณ์ และการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย เพื่อนำเสนอจุดยืนแห่งความเป็นไทยร่วมสมัยของ “หมุดหมายกรุงเทพฯ”
พร้อมมอบประสบการณ์ ไลฟ์สไตล์ที่ยอดเยี่ยมเหนือระดับในทุกมิติ ควบคู่ไปกับการบริการอันเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแบบ Gracious Hospitality สมกับเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งในการสะท้อนความเป็นไทยสู่สากล และนี่คือองค์ประกอบที่สำคัญของโครงการมิกซ์ยูสชั้นนำใน Super Core CBD ของกรุงเทพฯ Dusit Central Park โดยโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ จะกลับมาเปิดให้บริการในเดือนกันยายนนี้ พวกเราชาวดุสิตพร้อมต้อนรับทุกท่าน โดยสามารถติดตามเราได้ที่ dusit.com
โครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค
โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Central Park) เป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ร่วมทุนระหว่าง บมจ.ดุสิตธานี และบมจ.เซ็นทรัลพัฒนา มูลค่าโครงการรวม 46,000 ล้านบาท พัฒนาโครงการบนพื้นที่ 23 ไร่ บริเวณหัวมุมถนนสีลม ตรงข้ามสวนลุมพินี บนทำเลใจกลางย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพมหานคร
ในโครงการประกอบด้วย โรงแรม อาคารที่พักอาศัย อาคารสำนักงานและศูนย์การค้า โดยมี Roof Park สวนสาธารณะบนชั้นดาดฟ้าเป็นพื้นที่สีเขียวพิเศษขนาดใหญ่ 7 ไร่ (11,200 ตารางเมตร) ใช้เป็นพื้นที่สาธารณะ ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการส่วนแรกตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2567 เป็นต้นไป
