เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ปัดยืมมือเพื่อนผลักก้าวไกล เผยยังโทรศัพท์คุยกันดีอยู่ เลื่อนโหวตนายกฯ มีเวลาหาเสียงสนับสนุนเพิ่ม ขอโหวตแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทยรอบเดียวผ่าน
ที่รัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเลื่อนนัด 8 พรรคร่วมหารือว่า สิ่งที่ 8 พรรคร่วมมอบหมายให้พรรคเพื่อไทยไปดำเนินการ อยู่ในระหว่างการทำงาน โดยเฉพาะการเจรจาไปกับกลุ่ม สว. หรือรอผลการตัดสินใจอีกหลายอย่าง ความจริงไม่มีอะไร ในการเลื่อนการประชุม 8 พรรคร่วม เพราะทราบว่าจะมีการเลื่อนการประชุมรัฐสภาในวันที่ 27 ก.ค.นี้อยู่แล้ว โดยการประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีต้องให้ประธานรัฐสภานัดประชุมอีกครั้ง ส่วนการพูดคุยกับสว.ได้คุยกับ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ว่า เสียงสว.13 เสียงเดิมก็ยังคงอยู่ ส่วนที่พรรคเพื่อไทยไปประสานกับสว.เองนั้น อยู่ระหว่างการพูดคุยและบางส่วนได้มีการตัดสินใจแล้ว ขอให้คอยเพราะยังมีเวลา
เมื่อถามว่าหลายคน ยังคงติดขัดในเรื่องมาตรา 112 ใช่หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า หลายคนยังติดขัดอยู่ แต่ยังไม่สามารถประเมินได้ ขอไปรวบรวมเสียงและทำตัวเลขก่อน ไม่อยากคิดว่าจะไปถึงไหน เพราะนอกจากได้คุยกับสว. แล้วยังได้พูดคุยกับพรรคการเมืองอื่นๆด้วย ซึ่งทั้ง 8 พรรคร่วมต้องมาพูดคุยกันอีกครั้ง ถ้าการหารือเลื่อนไปสัปดาห์หน้าก็จะมีเวลามากขึ้น ซึ่งจะมีเวลาอีก 1 สัปดาห์ในการพูดคุย พร้อมปฏิเสธข่าวว่าพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยไม่มองหน้ากัน เนื่องจากเมื่อวานตนได้โทรศัพท์คุยกับเลขาธิการพรรคก้าวไกล ยังเข้าใจกันดี ถึงการเลื่อนหารือ 8 พรรคร่วม ซึ่งพรรคเพื่อไทยนัดหมายวันใดก็พร้อมมาพูดคุยกัน และการที่พรรคเพื่อไทย ได้มีการพูดคุยกับพรรคการเมืองต่างๆยังไม่ได้มีการนำผลการหารือไปคุยกับพรรคก้าวไกล โดยจะมีการพูดคุยกันในวงประชุม 8 พรรคร่วมทีเดียว
"อย่ามองว่า พรรคเพื่อไทยยืมมือเพื่อนผลักพรรคก้าวไกลออกไป แต่ พรรคเพื่อไทยทำตามมติของ 8 พรรคร่วม ไม่ได้มีการตกลงเข้าร่วมรัฐบาล หรือตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการพูดคุยว่าสถานการณ์การเมืองเป็นแบบนี้ทุกคนคิดเห็นอย่างไร แต่เชื่อว่า พรรคก้าวไกล รับรู้ในสิ่งที่พรรคเพื่อไทยทำ เพราะมีการพูดคุยกันแล้วว่าจะมีการไปพูดคุยกับทุกพรรค พร้อมยืนยัน 8 พรรคร่วมยังพูดคุยและร่วมกันทำงานอยู่"
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคพลังสังคมใหม่ เสนอให้เปลี่ยน MOU ที่ลงไว้ 23 ข้อ รวมทั้งที่สนอให้นาพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นนายกรัฐมนตรี นายประเสริฐ ระบุว่า MOU เป็นของ 8 พรรคร่วม ที่ได้พูดคุยกันและตกผลึกมา และเมื่อมีการประชุม 8 พรรคร่วมจะมีการพูดคุยกัน ส่วน MOU ระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย เป็นฉบับที่ 2 มีประมาณ 4 ข้อ ซึ่งหากให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะต้องปรับแก้ให้มีความสอดคล้องกัน แต่ข้อ 1 ที่ให้ทุกพรรคสนับสนุน นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีคงเป็นไปไม่ได้แล้ว
นายประเสริฐกล่าวด้วยว่า วันนี้จะประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งเดิมนัดหมายประชุม เพื่อรอโหวต 27 กก.ค. และแม้ว่าการประชุมที่รัฐสภา ยกเลิกไปแล้วก็จะประชุมต่อที่พรรคเพื่อไทย เพื่อฟังเสียงส.ส.จากที่ไปรับฟังประชาชน ในพื้นที่เกี่ยวกับการโหวตนายกรัฐมนตรี และคาดว่าในพรรคจะมีการพูดคุยเรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในส่วนของพรรคเพื่อไทยด้วย ซึ่งกรรมการบริหารพรรคได้มอบหมายให้หัวหน้าพรรคมีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจได้เลย
นายประเสริฐกล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยหวังว่าอยากให้การเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยครั้งแรกผ่านได้รับการเลือกเลย เพราะผ่านการโหวตมาแล้วถึงสองครั้ง ทั้งนี้ เชื่อว่ารัฐสภาจะต้องรอคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนที่จะมีการประชุมนัดต่อไป