‘ไชยชนก’ ชี้ช่วงปราบปรามเครือข่ายผิดกฎหมาย ไม่พบชื่อสามีของ “สุชาดา” ขณะที่ปมเงินให้กู้ 3AC ราว 1.4 พันล้านบาท และข้อร้องเรียนนาฬิกาหรูให้เจ้าตัวเป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริง
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยถึงกรณีของ น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่า นักการเมืองทุกคนต้องพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ เท่าที่ได้รับการยืนยันจาก น.ส.สุชาดา ยืนยันไม่มีความเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น และพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริง จึงควรปล่อยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบตามกระบวนการ ก่อนรอผลจากหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ปรากฏ
สำหรับข้อสงสัยจากบัญชีทรัพย์สินเกี่ยวกับเงินให้กู้จำนวนประมาณ 1.4 พันล้านบาท แก่ Three Arrows Capital หรือ 3AC ซึ่งเข้าสู่กระบวนการล้มละลายนั้น รายละเอียดเชิงลึกเป็นเรื่องที่ น.ส.สุชาดาต้องชี้แจงด้วยตัวเอง ไม่สามารถตอบแทนได้ ข้อมูลบัญชีทรัพย์สินที่เปิดเผยต่อสาธารณะมีรายการเงินให้กู้ก้อนดังกล่าวจริง แต่ข้อสงสัยเรื่องที่มาและความเกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
“หากมีความเกี่ยวข้องจากบทพิสูจน์ก็ต้องเข้ากระบวนการ แต่หากไม่มีก็ให้เป็นไปตามนั้น ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องให้พื้นที่สำหรับผู้ที่ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงรายละเอียด” นายไชยชนก กล่าว
นายไชยชนก ยังกล่าวถึงช่วงที่เคยทำงานร่วมกับ น.ส.สุชาดาที่กระทรวงดิจิทัลฯ ว่า ในการตรวจสอบและดำเนินมาตรการปราบปรามเครือข่ายผิดกฎหมายในช่วงก่อนหน้านี้ มีการตรวจสอบข้อมูลหลายส่วน แต่จากข้อมูลที่ตรวจในขณะนั้น ไม่พบชื่อสามีของ น.ส.สุชาดา อยู่ในรายชื่อที่เกี่ยวข้อง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า การกวาดล้างและตรวจสอบเครือข่าย รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับระบบหรือโปรแกรมเมอร์ในช่วงดังกล่าว ไม่ปรากฏชื่อสามีของ น.ส.สุชาดาใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ไม่มี พร้อมระบุว่า จนกว่าจะเห็นหลักฐานจึงยังไม่ควรสรุปความเกี่ยวข้องใด
ผู้สื่อข่าวถามในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยจะตั้งคณะกรรมการภายในพรรคขึ้นมาตรวจสอบหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ขณะนี้ น.ส.สุชาดากำลังเข้าสู่กระบวนการชี้แจงข้อมูล และเห็นว่าควรรอผลตรวจสอบจากหน่วยงานที่เป็นกลาง ซึ่งจะมีน้ำหนักเพียงพอสำหรับพิจารณาดำเนินการในขั้นต่อไป
ส่วนกรณีมีผู้ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ขอให้ตรวจสอบนาฬิกาหรูที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจไม่ปรากฏในบัญชีทรัพย์สิน นายไชยชนก กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ น.ส.สุชาดาต้องชี้แจงเอง และตนไม่สามารถตอบแทนได้ โดยเรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นการร้องขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นกัน