“นายกฯ” สั่งประชุมต่อเนื่องไม่เว้นวันหยุด จนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย เร่งสำรวจความเสียหาย เยียวยาตามเกณฑ์ พร้อมกำชับผู้ว่าฯ ทำความเข้าใจกรมธรรม์ และให้ คปภ. เป็นคนกลางดูแลการเคลมประกันภัยพิบัติ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการในช่วงท้ายของการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ หรือ บกปภ.ช. (วันที่ 2 ต.ค.69) ว่า ขอเน้นย้ำให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติ และปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ สำหรับสถานีสูบน้ำในพื้นที่ขอให้เร่งสูบน้ำพร้อมทั้งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพื่อระบายน้ำออกไปในแนวขวาง แนวดิ่ง และแนวคลองที่มีระบบอุโมงค์ระบายน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ ให้กำหนดจุดติดตั้งและติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิดเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างพื้นที่ในการสูบระบายน้ำ พร้อมทั้งให้จัดทำระบบป้องกันน้ำล้นจากสองฝั่งคลองเพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบและความเดือดร้อนของชุมชนต่อไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ขอให้เร่งสำรวจและประเมินความเสียหายให้ครอบคลุมในทุกด้าน เพื่อช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน โดยต้องจัดทำบัญชีความเสียหายออกเป็น 2 ส่วน คือ ความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ต.ค. 69 ซึ่งต้องใช้การเยียวยาตามกฎระเบียบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่มีอยู่ และความเสียหายตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 69 เป็นต้นไปซึ่งรัฐบาลได้จัดทำประกันภัยพิบัติให้กับประชาชนจำนวน 30 ล้านครัวเรือน โดยเกณฑ์และมาตรฐานในการให้ความช่วยเหลือจะอ้างอิงมาจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นส่วนใหญ่
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแล อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ทำความเข้าใจกับกฎเกณฑ์ดังกล่าวและชี้แจงให้ผู้ที่มีหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหายมีความเข้าใจที่ถูกต้อง เนื่องจากการประเมินความเสียหายจะมีผู้ประเมินจากบริษัทประกันภัยเข้าร่วมด้วย ทุกฝ่ายจึงต้องทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ในกรมธรรม์เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับเงินประกันอย่างเป็นธรรม บนพื้นฐานของความยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่าย
และ ให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง สั่งการไปยัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ให้เป็นคนกลางในการสร้างความเป็นธรรมแก่ทั้งผู้รับประกันและผู้เอาประกัน รวมถึงให้เร่งประสานงานดูแลเรื่องทรัพย์สิน ยานพาหนะ รถเข็น และรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมซึ่งมีความคุ้มครองจากประกันภัย คล้ายกับกรณีที่เคยดำเนินการในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า การประชุมในวันนี้ เกิดประโยชน์อย่างมาก และจะยังคงมีการประชุมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ไม่เว้นวันหยุดราชการ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถสลายตัวและกลับไปปฏิบัติงานตามปกติได้โดยเร็ว