“ณัฐพงษ์” ยื่น ป.ป.ช. ขอไต่สวน กกต. ปมฮั้ว สว. “พริษฐ์” ชี้มีหลักฐานที่ กกต. มองข้าม

“ณัฐพงษ์” ยื่น ป.ป.ช. ขอไต่สวน กกต. ปมฮั้ว สว. “พริษฐ์” ชี้มีหลักฐานที่ กกต. มองข้าม
“ณัฐพงษ์” ยื่น ป.ป.ช. ขอไต่สวน กกต. ปมฮั้ว สว. ชี้หลักฐานครบทั้งพฤติการณ์-พยานบุคคล “พริษฐ์” ชำแหละ “ช้าง 3 ตัว” จี้เปิดทางแก้ รธน.รายมาตรา ต.ค.

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นำคณะ สส. พรรคประชาชน ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ตั้งคณะไต่สวนกรณีการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การยื่นคำร้องครั้งนี้ไม่ได้ขอให้ตรวจสอบเฉพาะมติของ กกต. แต่ครอบคลุมถึงพฤติการณ์ก่อนการลงมติ ทั้งการออกระเบียบและหลักเกณฑ์ต่างๆ รวมถึงพฤติการณ์ที่ สส. พรรคประชาชนและภาคประชาชนเคยเปิดเผยต่อสาธารณะ ตลอดจนพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยข้อมูลทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ในคำร้อง เพื่อให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบความเชื่อมโยงของเหตุการณ์ที่พรรคเห็นว่าเป็นกระบวนการต่อเนื่องกัน

ส่วนกรณีมติ กกต. 5 ต่อ 2 เสียง นายณัฐพงษ์ ระบุว่า พรรคประชาชนไม่สามารถยืนยันได้ว่า กกต. รายบุคคลใดถูกหรือผิด แต่เห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบกระบวนการเลือก สว. ควรได้รับการตรวจสอบตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ จึงยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการไต่สวน และพิจารณาต่อไปว่าจะมีการดำเนินคดีกับ กกต. หรือไม่

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ผู้ร้องไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานครบถ้วนจนสามารถชี้ขาดความผิดได้ตั้งแต่ต้น เพราะกระบวนการดังกล่าวเป็นการยื่นคำร้องเพื่อขอให้ตั้งคณะไต่สวน โดยพยานหลักฐานและพฤติการณ์ที่รวบรวมมาเป็นเหตุให้ตรวจสอบได้ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. เป็นไปโดยสุจริตหรือไม่

ส่วนความกังวลว่าการดำเนินคดีอาจใช้เวลานาน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากมีการตั้งคณะไต่สวนและมีการส่งฟ้อง กระบวนการจะต้องผ่านอัยการและศาล ซึ่งอาจใช้เวลา แต่พรรคประชาชนจะใช้ช่องทางทางกฎหมายที่มีอยู่ในการตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต. พร้อมยืนยันว่าจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายณัฐพงษ์ ยังระบุว่า นอกจากการยื่นต่อ ป.ป.ช. แล้ว ผู้เสียหายโดยตรงหรือผู้สมัคร สว. สามารถใช้สิทธิยื่นเรื่องต่อศาลได้โดยตรง ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการตรวจสอบข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือก สว.

ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า พรรคจะใช้กลไกที่มีอยู่ในการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ทั้งการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. การสนับสนุนให้ผู้เสียหายใช้สิทธิทางศาล และการตรวจสอบผ่านกลไกของรัฐสภา

นายพริษฐ์ กล่าวว่า พรรคยังต้องการตรวจสอบผู้ถูกกล่าวหารายอื่นนอกเหนือจาก 77 คนที่ กกต. มีมติสั่งฟ้อง โดยมีกลไกสำคัญ 2 ช่องทาง ได้แก่ หากศาลฎีกาไต่สวนคดีของ 77 คนแล้วพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปยังบุคคลอื่น กกต. จะต้องพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติม ขณะที่ในส่วนของรัฐสภา พรรคสามารถใช้การอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อตรวจสอบความรับผิดชอบทางการเมือง หากพบว่าผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรืออยู่ในคณะรัฐมนตรี

สำหรับข้อกล่าวหาที่พรรคยื่นต่อ ป.ป.ช. นายพริษฐ์ แบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกเป็นการตั้งคำถามต่อมติของ กกต. ซึ่งเปรียบเทียบว่าเป็นการ “มองไม่เห็นช้าง 3 ตัว”

ช้างตัวแรก คือ การมองไม่เห็นข้อกล่าวหาว่ามีลักษณะเป็นขบวนการในการฮั้วเลือก สว. โดย กกต. มีมติสั่งฟ้อง 77 คน ขณะที่พรรคประชาชนเห็นว่ามีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องมากกว่านั้น

ช้างตัวที่สอง คือ การตั้งคำถามถึงความสอดคล้องกับแนวทางการพิจารณาคดีในอดีต โดยนายพริษฐ์อ้างว่า กกต. เคยมีมติสั่งฟ้องผู้สมัคร สว. จากหลักฐานแชตจำนวน 2 คน แต่กลับไม่สั่งฟ้อง สว. มากกว่า 130 คนที่มีหมายเลขปรากฏใน “โพยใบสั่ง” ซึ่งพรรคมองว่าเป็นหลักฐานที่สะท้อนการแลกคะแนนอย่างเป็นระบบ

ส่วนช้างตัวที่สาม คือ ประเด็นความเชื่อมโยงกับพรรคการเมือง โดยนายพริษฐ์ระบุว่า พรรคมีหลักฐานหลายรูปแบบที่อ้างว่าเชื่อมโยงไปถึงบุคคลจากพรรคการเมือง แต่ กกต. มีมติไม่สั่งฟ้องแกนนำพรรคการเมืองที่ถูกกล่าวถึง

สำหรับส่วนที่สองของคำร้อง เป็นการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการทำงานของ กกต. ก่อนการลงมติ ทั้งการออกระเบียบที่พรรคเห็นว่าเอื้อต่อการทุจริต การตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครที่ไม่รัดกุม มาตรการป้องกันการทุจริต การตรวจสอบคดีที่ใช้เวลานานประมาณ 2 ปี รวมถึงข้อพิรุธเกี่ยวกับการตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ซึ่งมีข้อเสนอให้ กกต. ไม่สั่งฟ้องผู้ใด

นายพริษฐ์ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคประชาชนเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราไว้ 2 ฉบับตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยฉบับแรกเกี่ยวกับการคืนสิทธิให้ประชาชนริเริ่มกระบวนการถอดถอนองค์กรอิสระ รวมถึง กกต. ส่วนฉบับที่สองเกี่ยวกับการตัดอำนาจหรือดุลพินิจของประธานรัฐสภาในการตัดตกคำร้องของ ป.ป.ช.

นายพริษฐ์ กล่าวว่า พรรคเห็นว่าการแก้ไขทั้ง 2 ประเด็นจะเพิ่มช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบองค์กรอิสระ นอกเหนือจากการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ทั้งนี้ นายพริษฐ์ระบุว่า ได้รับข้อมูลว่าวิปรัฐบาลมีแผนประสานเปิดประชุมรัฐสภาในเดือนตุลาคมเพื่อพิจารณาพิธีสารที่ฝ่ายบริหารเสนอ จึงเสนอให้บรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราทั้ง 2 ฉบับเข้าสู่วาระการประชุมด้วย เนื่องจากร่างที่พรรคเสนอไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคมยังไม่ได้รับการบรรจุเข้าสู่วาระ โดยคาดหวังว่าประธานรัฐสภา วิปรัฐบาล และวิปวุฒิสภาจะพิจารณาบรรจุร่างดังกล่าวเข้าสู่การประชุมในเดือนตุลาคม

TAGS: #ณัฐพงษ์ #พริษฐ์ #พรรคประชาชน #ปปช #กกต #ฮั้วสว #เลือกสว #สมาชิกวุฒิสภา #คดีฮั้วสว