“ภราดร” ถามกลับ ปชน.ใช้สิทธิ์อะไรตัด “กล้าธรรม” พ้นฝ่ายค้าน ยังไม่รู้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ ยันรัฐบาลบริหาร 300 เสียงได้ พร้อมแจงปม กยศ.สะดุด เผยงบ 70 เพิ่มเงินสนับสนุนเป็น 9 พันล้าน เร่งทวงหนี้ 2.6 ล้านคน
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยการปรับโครงสร้างการทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้าน หลังมีข้อตกลงให้ปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบวิปฝ่ายค้านว่า ยังไม่ได้สอบถามนายอรรถกร ศิริลัทธยากร โฆษกพรรคกล้าธรรม และไม่ต้องการก้าวก่ายการทำงานของอีกฝ่าย
นายภราดรกล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลบริหารงานด้วยเสียง 300 เสียง และที่ผ่านมาเดินหน้าบริหารประเทศมาได้ด้วยดี ส่วนพรรคการเมืองที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล ตามหลักการควรอยู่ฝ่ายค้านโดยอัตโนมัติ เนื่องจากการเป็นฝ่ายค้านไม่ได้มีข้อตกลงเช่นเดียวกับการจัดตั้งรัฐบาล จึงตั้งคำถามว่าการที่แกนนำฝ่ายค้านตัดสิทธิ์ความเป็นฝ่ายค้านของพรรคอื่น ใช้สิทธิ์อะไร
ทั้งนี้ การลงมติของ สส.ที่แตกต่างจากฝ่ายค้านถือเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคนหรือแต่ละพรรค โดยพรรคกล้าธรรมบางครั้งลงมติสวนรัฐบาล บางครั้งงดออกเสียง และบางครั้งลงมติไปในทิศทางเดียวกับรัฐบาล
สำหรับการจัดสรรเวลาอภิปราย นายภราดรระบุว่าควรคำนวณจาก สส.ทั้งหมด 500 คนตามสัดส่วนสมาชิก หากมีฝ่ายค้านอิสระเพิ่มขึ้น 50-60 คน ก็ต้องจัดสรรเวลาให้เหมาะสมและเป็นธรรม
ส่วนกรณีพรรคกล้าธรรมอาจเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ และยืนยันว่ารัฐบาล 300 เสียงยังบริหารงานได้
นายภราดรยังกล่าวถึงปัญหา กยศ.ว่า ปัญหาการโอนเงินให้มหาวิทยาลัยในช่วงแรกทำให้บางแห่งขู่นักศึกษาเรื่องสิทธิ์สอบ แต่หลังรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว.หารือกับอธิการบดีทั่วประเทศแล้ว เชื่อว่าปัญหาน่าจะคลี่คลาย ขณะที่งบ กยศ.ปี 2570 เพิ่มจาก 5,000 ล้านบาท เป็น 9,000 ล้านบาท
นายภราดรระบุว่า กยศ.มีผู้กู้ในระบบ 3.6 ล้านคน เป็นลูกหนี้ที่ชำระตามกำหนดราว 1 ล้านคน และผิดนัดประมาณ 2.6 ล้านคน หรือ 60% โดยควรแยกผู้ว่างงานและไม่มีรายได้ออกจากผู้ที่มีรายได้แต่ไม่ยอมชำระหนี้ พร้อมเสนอให้เร่งตรวจสอบสถานะลูกหนี้ หากสามารถดึงผู้ผิดนัดกลับมาชำระได้ 30-40% จะช่วยลดภาระการเติมเงินจากรัฐบาล ขณะที่กรณีสวมสิทธิ์กู้ กยศ. ต้องตรวจสอบกระบวนการอนุมัติของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง