‘อนุทิน’ พบคณะทูต 76 คน ชูไทย ‘เปิดกว้าง-เชื่อมโลก-เติบโตไปด้วยกัน’

‘อนุทิน’ พบคณะทูต 76 คน ชูไทย  ‘เปิดกว้าง-เชื่อมโลก-เติบโตไปด้วยกัน’
‘อนุทิน’ พบคณะทูต 76 คน ชูทิศทางไทย ‘เปิดกว้าง-เชื่อมโลก-เติบโตไปด้วยกัน’ ใช้การต่างประเทศเปิดประตูลงทุน-เทคโนโลยี

คณะเอกอัครราชทูต กงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย และหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศในประเทศไทย รวม 76 คน เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสพบปะคณะทูตและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ เพื่อรับฟังวิสัยทัศน์และทิศทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาลไทย

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับคณะทูตและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเอกอัครราชทูตที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง พร้อมระบุว่า การพบปะครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างความรู้จัก และเชื่อมโยงการทำงานระหว่างคณะทูตกับรัฐบาลไทย เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงทิศทางประเทศไทยว่า ไทยกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการเปลี่ยนแปลง รัฐบาลจึงเดินหน้าปฏิรูปภาครัฐควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยมุ่งสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เทคโนโลยีใหม่ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง พร้อมเตรียมความพร้อมสู่การเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD เพื่อยกระดับมาตรฐาน กฎระเบียบ และสถาบันของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย

นายอนุทินเน้นว่า นโยบายต่างประเทศต้องมีส่วนช่วยเปิดโอกาสใหม่ให้กับประเทศและประชาชน โดยรัฐบาลมองความสัมพันธ์กับมิตรประเทศมากกว่าการทูต แต่เป็น “ประตูสู่โอกาส” ทั้งด้านการลงทุน เทคโนโลยี องค์ความรู้ ตลาด และการพัฒนาทุนมนุษย์

ไทยต้องการขยับจากความสัมพันธ์ที่เน้นการซื้อขายสินค้าและบริการ ไปสู่การร่วมคิด ร่วมลงทุน และสร้างสิ่งใหม่ร่วมกัน โดยเฉพาะสาขาที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ได้แก่ เศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด อุตสาหกรรมขั้นสูง อาหาร และสุขภาพ

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก นายกรัฐมนตรีระบุว่า ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพ เปิดกว้าง และพร้อมทำงานร่วมกับทุกประเทศ โดยให้ความสำคัญกับมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความเป็นหุ้นส่วน พร้อมเชิญชวนคณะทูตหารือกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สมาชิกคณะรัฐมนตรี และผู้แทนการค้าไทย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อเสนอและค้นหาโอกาสความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม

สำหรับภารกิจด้านการต่างประเทศในระยะต่อไป นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการเดินทางไปนครนิวยอร์กเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ และการประชุม Pre-COP ที่ประเทศฟิจิในเดือนกันยายน การเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลกในกรุงเทพฯ เดือนตุลาคม รวมถึงการประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนพฤศจิกายน โดยรัฐบาลจะใช้เวทีเหล่านี้ในการสื่อสารศักยภาพของประเทศไทย ขยายความร่วมมือ และสร้างโอกาสใหม่ให้ประเทศ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับทุกประเทศ และพร้อมทำงานร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศเพื่อ “เติบโตไปด้วยกัน” พร้อมเสริมสร้างความยืดหยุ่น ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

การพบปะครั้งนี้สะท้อนแนวทางการต่างประเทศของรัฐบาลที่มุ่งรักษาความสัมพันธ์กับทุกประเทศ ควบคู่กับการใช้ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสร้างโอกาสด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการพัฒนาประเทศ พร้อมแสดงบทบาทของไทยในฐานะหุ้นส่วนที่พร้อมร่วมรับมือกับความท้าทายระหว่างประเทศ

ภายหลังการพบปะคณะทูต นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีมอบเงินจำนวน 7 ล้านบาท พร้อมสิ่งของ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในประเทศเนปาล โดยส่งมอบให้แก่เอกอัครราชทูตเนปาลประจำประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติดังกล่าว

TAGS: #อนุทิน #นายกรัฐมนตรี #รัฐบาลไทย #กระทรวงการต่างประเทศ #คณะทูต #การต่างประเทศ