“อนุทิน” ไม่กังวลศึกซักฟอก ยันรัฐบาลไม่ทำชั่ว-ทำเลว ย้อนถามฮั้ว สว. เกี่ยวอะไรกับอภิปราย ไม่ปิดประตูต่อ "ไทยช่วยไทยพลัส" ขอดูงบ-สถานการณ์ ยันไม่ใช่ประชานิยม–เน้นให้ประชาชนพึ่งพาตัวเอง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เผย กรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ช่วงเดือนสิงหาคมนี้ ว่า เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว มีตรงไหนที่น่าแปลกใจ ซึ่งต้องชื่นชมที่ฝ่ายค้านทำหน้าที่ของเขา ต้องตรวจสอบอย่างเต็มที่ รัฐบาลอย่าไปทำชั่วทำเลวก็ไม่มีอะไรต้องกังวล ยืนยันรัฐบาลนี้ไม่มีทำชั่วทำเลว
ส่วนความพอใจการทำงานของรัฐมนตรี ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องถามประชาชน เพราะถ้าถามตนก็ต้องเข้าข้างตัวเอง
เพิ่งเข้ามาทำงานได้ 3 เดือน พร้อมให้มีการซักฟอกแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า สมัยรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ทำงานได้ 3-4 เดือนก็โดนซักฟอกตั้งแต่ สมัยแรกเหมือนกัน ตนก็ไม่เคยพลาดสักรอบ
ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่กังวลว่า เรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น จะถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นในการซักฟอกเป็นพิเศษใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกอย่างเห็น ๆ กันอยู่ ก็เห็นอยู่ว่าอะไรเกิดขึ้นตอนนี้ เข้าคุกไปกี่คนแล้ว ดำเนินการไปกี่คนแล้ว ประกาศยกเลิกผลการสอบก็ดำเนินการแล้ว อีกทั้งจะมีการประชุม คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) และมีการแจ้งไปยังจังหวัดซึ่งจังหวัดก็แจ้งไปยังท้องถิ่น คนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ก็ต้องถูกเลิกจ้าง และถูกดำเนินคดีต่อไป ทุกอย่างดำเนินการเป็นขั้นตอนซึ่งไม่ได้ล่าช้า และมีประสิทธิภาพมากด้วย คนที่ถูกสงสัยว่ามีส่วนร่วม ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีโดยห้ามประกันตัว ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งเป็นไปตามที่ตนตั้งใจอยากจะให้เป็น หรือได้ออกแบบไว้ ซึ่งตนก็เบา เพราะมีหน่วยงานสำคัญๆเข้ามาเกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ใครจะไปสั่งการท่านได้ ซึ่งพี่น้องประชาชน น่าจะสบายใจได้ว่างานนี้ไม่มีมวยล้มแน่นอน ขณะที่ส่วนของรัฐบาล ก็มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าทีมในการสืบสวนหาข้อเท็จจริง นอกจากนี้ยังมี สำนักงาน ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน และตำรวจ คนที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย ก็ถูกย้ายออกมา ไม่ให้มีอำนาจหรือเกี่ยวข้อง ในการสั่งการใด ๆ ตนคิดว่าทั้งหมดนี้ประชาชนไว้วางใจได้ เพราะเรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจมาก ๆ ย้ำว่า รัฐบาลดำเนินการทันที
ส่วนหากการอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายค้านหยิบยกประเด็นเรื่องฮั้ว สว.ขึ้นมาด้วยจะทำให้เสียบรรยากาศการอภิปรายหรือไม่ นายอนุทิน ย้อนถามว่า ฮั้ว สว.เกี่ยวข้องกับการอภิปรายรัฐบาลอย่างไร ตนยังไม่เห็นความเกี่ยวข้องกัน สว.เลือกเมื่อปี 2567 ส่วนรัฐบาลนี้เข้ามาทำงาน 1 เมษายน 2569
ส่วนจะมีข้อจำกัดบางประเด็นหรือไม่ เพราะเชื่อมโยงกับรัฐมนตรีบางคน ที่ถูกกล่าวหามาก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีย้อนถามว่าใคร ให้เอ่ยชื่อ แล้วเป็นอย่างไร วันนี้มาบอกว่าอย่าฟ้องนะ ฟ้องต้องใช้งบตัวเองนะ มีที่ไหนจำเลยมาขอโจทก์ ห้ามฟ้อง อย่าฟ้องหลายจังหวัด อย่านู่นอย่านี่
เมื่อถามว่าในการอภิปรายจะมีข้อจำกัด ไม่ให้พูดถึงเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าไม่มี ใครจะพูดอะไรก็พูดได้อยู่แล้ว แต่รัฐบาลไม่เกี่ยว ซึ่งรัฐบาลจะ ชี้แจงในเรื่องที่เกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องการเมือง รัฐบาลบริหารประเทศ ไม่ได้บริหารการเมือง
เมื่อถามว่าจะมีองครักษ์พิทักษ์ ครม. หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าไม่มี ก่อนจะหันไปมองบรรดารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 3 คนที่ยืนอยู่ด้านหลัง แล้วชี้ว่าแบบนี้ต้องพิทักษ์ไหม
ทั้งนี้หากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มี สส.ฝ่ายค้าน ยกมือไว้วางใจให้รัฐบาล เป็นสัญญาณว่าต้องการมาร่วมรัฐบาลหรือไม่นายกรัฐมนตรี หัวเราะก่อนจะบอกว่ารอให้เกิดขึ้นก่อนค่อยมาถาม
นายอนุทิน กล่าวถึงการรับฟังเสียงสะท้อนต่อโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60:40 ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อเสนอให้อยากดำเนินโครงการต่อในไตรมาสหน้า ว่า อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน รัฐบาลต้องพิจารณา แต่ต้องดูด้วยว่ามีความเหมาะสมกับสถานการณ์ และงบประมาณทางเศรษฐกิจหรือไม่ โดยยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่รัฐบาลประชานิยม แต่เป็นรัฐบาลที่ทำให้ทุกคนยืนอยู่บนขาของตนเองได้ หากจำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นเพื่อให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจติด รัฐบาลก็จะดำเนินการเป็นช่วง ๆ
ส่วนกระแสตอบรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60-40 เป็นอย่างไรนั้น นายกรัฐมนตรี ถามกลับผู้สื่อข่าวว่า ได้ใช้หรือไม่ ชอบหรือเปล่า ถ้าชอบก็ขอให้พูดดัง ๆ หน่อย
สำหรับผลสำรวจของนิด้าโพลที่ระบุว่า ประชาชนมองว่าโครงการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยประชาชนได้จริง แต่ยังลังเลว่าจะสนับสนุนรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เป็นไร เพราะยังมีเวลาอีก 3 ปี ให้ประชาชนพิจารณาว่ารัฐบาลมีความจริงใจและความตั้งใจหรือไม่ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความไว้วางใจของพี่น้องประชาชน รัฐบาลไม่สามารถประเมินหรือตัดสินตัวเองได้ สิ่งที่ทำได้คือทำงานให้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าหากคนกลุ่มนี้บริหารประเทศต่อ จะได้รับประโยชน์อะไรจากการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ ไม่ว่าประชาชนจะตัดสินใจอย่างไร รัฐบาลก็พร้อมยอมรับทุกกรณี
หากมีโครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 จะมีโอกาสเพิ่มวงเงินจากวันละ 200 บาทหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ขอให้ไปถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีสวมกางเกงขาสั้น ซึ่งบังเอิญตรงกับกระแสดรามาที่เกิดขึ้นกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นายกรัฐมนตรีกล่าวสั้น ๆ ว่า “ก็ลมมันเย็น”