‘อนุทิน’ เย้ย รำคาญ-สมเพช พวกไล่บี้คดีฮั้วสว. ยอมรับไปพลูแมนทุกวันเจอสว.เพียบ แต่ไม่เคยร่วมวงเจรจา มั่นใจไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล เหตุไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง มีแต่แน่นขึ้น ยันไม่ต้องตั้งวอร์รูมสู้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เผยถึงประเด็นการฮั้วสว.จะกระทบเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ว่า เสถียรภาพรัฐบาลจะยิ่งแน่นขึ้นเนื่องจากมีความมั่นใจซึ่งกันและกันว่าเราไม่ได้ทำ สิ่งเหล่านี้ สว.เป็นกลไกหนึ่งในระบอบรัฐสภา ทำหน้าที่ตรวจสอบและออกกฎหมาย ไม่มีความจำเป็นใดๆที่รัฐบาลจะไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ต่างคนต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน สว.เรียกไปตอบกระทู้เราก็ต้องไปเหมือนสภาผู้แทนราษฎร ความพยายามทั้งหลายก็ว่าตามกฎหมาย รัฐบาลหรือผู้ถูกกล่าวหาเช่นมีคนกล่าวหาตนแต่เขาไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐสอบถามมาตนก็ชี้แจงเรียบร้อยทุกอย่างทุกประเด็น
เมื่อถามว่าที่ผ่านมาไม่มีหน่วยงานใดเชิญไปให้ข้อมูลเลยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี ตนให้การเป็นลายลักอักษรตั้งปีกว่าแล้ว
เมื่อถามย้ำว่ากรณีจะยื่นฟ้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ดำเนินการไปหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า ตนดำเนินการตามสิทธิที่มีอยู่ มันมีช่วงเวลาให้ทนายความไปหาข้อมูลประกอบคำฟ้องจะมาบังคับให้ไปฟ้องวันนี้ วันนั้นไม่ได้ ตนมีทนายความไม่ได้เขียนเองหากเขียนเองจะยิ่งช้า
เมื่อถามต่อว่าในส่วนของพรรคภูมิใจไทยต้องตั้งวอร์รูมรับมือเรื่องนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าไม่มี วอร์รูมที่จะไปสู้เรื่องพวกนี้ เมื่อไม่เกี่ยวข้องแล้วจะไปตั้งทำไม
เมื่อถามย้ำว่าเป็นการตั้งเพื่ออธิบายเนื่องจากประเด็นต่างๆไปถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว นายอนุทิน กล่าวว่า ตนว่าเรื่องนี้เริ่มมาเป็นปีแล้วไม่เห็นไวตรงไหนช้าจะตาย
เมื่อถามอีกว่าหากถามตรงๆมั่นใจใช่หรือไม่ว่าเรื่องฮั้วสว.จะไม่สามารถดึงพรรคภูมิใจไทยลงได้ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นผู้พิพากษา แต่ถามตรงๆคือพรรคภูมิใจไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตนที่เป็นหัวหน้าพรรคตอบคำถามผู้สื่อข่าวตรงนี้เมื่อปีที่แล้วว่าก่อนเลือกสว. 1 เดือน ตนในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนไปยังสมาชิกพรรคทุกคนห้ามเกี่ยวข้อง ข้องแวะ ข้องเกี่ยวใดๆเพราะไม่มีประโยชน์ใดๆเกิดขึ้น หนังสือนั้นยังอยู่แต่ผู้สื่อข่าวก็ไม่เคยเอามาเผยแพร่มัวแต่ไปถามไปฟังคนโน้นคนนี้แล้วเอามาเป็นเรื่องเป็นราว
เมื่อถามถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่า มีการรวมตัวกันที่โรงแรมพูลแมน ถ.รางน้ำ เพื่อพูดคุยเรื่องฮั้วสว. นายกฯ ได้เดินทางไปที่โรงแรมพูลแมน หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า โรงแรมพูลแมน ต้องถามว่าวันไหนตนไม่ไป อย่าถามว่าตนไปวันไหนตนอยู่ตรงนั้นของตนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตั้งแต่ก่อนมาเป็นรองนายกฯ
เมื่อถามต่อว่ามีความพยายามเชื่อมโยงถึงวันที่ผู้สมัครสว.ไปรวมตัวกัน นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องไปถามทำไมเขาไปวันนั้นโรงแรมพูลแมน มีวันไหนตนไม่ไป ตอนไม่ได้เป็นรองนายกฯก็ไปใช้สปา
เมื่อถามอีกว่าวันที่มีการรวมตัวกันได้เดินไปทักทายหรือไม่จนทำให้เกิดข้อสงสัย นายอนุทิน กล่าวว่า ตนทักทุกคน เพราะส่วนใหญ่ตนนั่งดื่มกาแฟที่ล็อบบี้โดยเฉพาะตอนไม่มีตำแหน่ง แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้วรปภ.ไม่ยอมให้นั่ง ส่วนได้คุยเรื่องสว.หรือไม่นั้น ตนอยู่ที่พูลแมนเช้าจดค่ำทุกวัน คนเป็นหมื่นเป็นพันคนมีแต่คนเข้ามาขอถ่ายภาพกับตนก็ให้ถ่ายทุกคน ตนไม่เคยเข้าไปขอใคร
เมื่อถามต่อว่าทราบหรือไม่ว่ามีการรวมตัวกัน นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ทราบ เจอก็ทักทุกคน เช่นเจอสื่อก็ทักทาย
เมื่อถามย้ำอีกว่าได้ทักทายกับคนที่ไปเป็นสว.หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า “เพียบ โรงแรมนี้เหมือนสมัยก่อนแถวพญาไท ราชเทวี ที่เป็นที่รวมตัวของคน เพราะมีร้านอาหารต่างๆเป็นเรื่องปกติ ไม่มีแสดงอะไรทั้งนั้น”
เมื่อถามว่าไม่มีอะไรในก่อไผ่ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตรงนั้นไม่มีก่อไผ่
เมื่อถามว่าไม่สามารถนำเรื่องนี้เชื่อมโยงกับเรื่องฮั้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถามตนก็ต้องตอบว่าไม่สามารถมันไม่เกี่ยว
เมื่อถามย้ำว่ามีการเชื่อมอดีตที่ปรึกษาเกี่ยวกับคดีฮั้วสว. นายอนุทิน ย้อนถามว่า ใครอดีตที่ปรึกษาคนไหนขอให้เอ่ยชื่อ หากเป็นที่ปรึกษาตนก็ต้องมาลาออกกับตนจะไปลาออกกับคนอื่นได้อย่างไร และหากมีใครมาลาออกไปลงสส.สว.ก็เป็นเรื่องปกติ หากไม่ออกก็ขาดคุณสมบัติจึงมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นเลย และส่วนใหญ่ใครลาออกตนไม่ดึงเพราะถือว่าหากใจคิดออกแล้วมันก็มีส่วนที่ไม่อยากทำงานแล้ว
เมื่อถามว่ากังวลใจหรือไม่จะมีคนไปร้องเรียนจนนำไปสู่การยุบพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ”ถามว่ากังวลหรือไม่ในเมื่อไม่ได้ทำอะไรจะไปกังวลทำไม รำคาญหรือไม่รำคาญ“
เมื่อถามย้ำรำคาญมากหรือไม่และรำคาญแบบไหน นายอนุทิน หัวเราะในลำคอ ก่อนกล่าวว่า ”สมเพช สมเพช“