‘อนุชา’ ควง ‘อภิสิทธิ์’ ลุยหาเสียงเขตสวนหลวง อ้อนขอเบอร์ 5 ทั้งสองใบ

‘อนุชา’ ควง ‘อภิสิทธิ์’ ลุยหาเสียงเขตสวนหลวง อ้อนขอเบอร์ 5 ทั้งสองใบ
‘อนุชา’ ควง ‘อภิสิทธิ์’ พร้อมแกนนำปชป. หาเสียงเขตสวนหลวง ขอเบอร์ 5 ทั้งสองใบ ชู ตลาดสะอาด-จัดการคนจรจัด พร้อมแก้ปัญหาน้ำท่วมแบบตรวจสอบได้ ย้ำ จัดการปัญหาขยะทั้งระบบ ลั่น จะทำให้คนรักประชาธิปัตย์กลับมา

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 1 มิ.ย. 2569 ที่ตลาดเอี่ยมสมบัติ เขตสวนหลวง นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คณะผู้บริหารพรรค อาทิ  นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค  และ นายธนวัฒน์ เชิดชูกิจสกุล ผู้สมัคร ส.ก. เขตสวนหลวง ลงพื้นที่หาเสียงพบปะประชาชน 

โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีพี่น้องประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย พ่อค้าแม่ค้า ให้การต้อนรับ ทักทาย ถ่ายรูปด้วยอย่างเป็นกันเอง โดยนายอนุชา ได้เดินทักทายพี่น้องประชาชน พร้อมสอบถามความเป็นอยู่พ่อค้าแม่ค้า และฝากเขตนี้ขอเบอร์ 5 ทั้งสองคน

จากนั้นนายอนุชา ให้สัมภาษณ์ว่า หนึ่งนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญด้วย คือเรื่องของความสะอาด เพราะเมื่อมาหาเสียงที่ตลาด ผู้ค้าและผู้ขายให้ความสำคัญเรื่องของสุขลักษณะ เพราะว่าการบริหารจัดการตลาด คืออยากให้ผู้คนที่มาจับจ่ายใช้สอยด้วยความสบาย โดยพื้นไม่ควรมีน้ำขัง ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี เรื่องการบริหารจัดการเรื่องห้องน้ำให้ผู้คนอยากมาใช้ เพื่อความสะดวกความปลอดภัยสำหรับผู้ค้าผู้ขายผู้จับจ่ายใช้สอยเป็นหลัก ซึ่งเป็นเสียงสะท้อนกลับมา 

นายอนุชา กล่าวต่อว่า อีกเรื่องคือความกังวลเรื่องการบริหารคนจรจัดในตลาด เพราะสร้างความรำคาญให้พ่อค้าแม่ค้ารวมถึงคนที่มาซื้อของในตลาด จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเทศกิจเข้ามาดูแลเรื่องความปลอดภัย

และเมื่อถามว่า มีนโยบายอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการคนจรจัด นายอนุชา กล่าวว่า ต้องมีการพูดคุยกันว่าเขามีทะเบียนบ้านหรือบัตรประชาชนอยู่ตรงไหน เรื่องแรกคือเรื่องของความปลอดภัยก่อน ซึ่งเป็นความกังวลหลัก เพราะคนจรจัดสร้างความรำคาญทำให้เกิดความไม่สะดวกในพื้นที่ทำให้ลูกค้าไม่สามารถจับจ่ายใช้สอยอย่างสบายใจได้ จากนั้นก็มาดูเรื่องของสวัสดิการทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกันต้องไปดูเพิ่มเติมและละเอียด

ส่วนปัญหาขยะกทม. จะมีการจัดการอย่างไร นายอนุชา กล่าวว่า เป็นเรื่องใหญ่นโยบายกำจัดขยะที่ถูกต้องเป็นส่วนหนึ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญไม่เพียงระดับกทม. แต่เป็นในระดับชาติด้วย นอกจากการเก็บและการฝังกลบในพื้นที่กทม. ต้องหาพื้นที่ในการกำจัด แต่เราไม่อยากไปสร้างปัญหาให้ประชาชนในต่างจังหวัด เราต้องพยายามพูดคุยกับรัฐบาลว่าจะหาวิธีอย่างไร ขณะนี้โรงเก็บขยะที่มีอยู่ ทั้งอ่อนนุชและหนองแขม ต้องทำให้เป็นระบบปิด 100% ไม่ให้มีกลิ่นเล็ดรอดและน้ำเสียปฏิกูลรั่วไหลออกมา รวมถึงการขนส่งบางครั้งมีน้ำหยดริมถนน เราต้องบริหารจัดการให้เป็นระบบปิด ไม่ว่าสถานที่หรือรถขยะไม่ให้มีการรั่วไหลและการนำเทคโนโลยีใหม่ใหม่เข้ามา ทั้งเอาขยะมูลฝอยไปผลิตไฟฟ้า 

นายอนุชา กล่าวต่อว่า สิ่งที่เราคงต้องให้ความสำคัญในระดับต้นๆ คือ คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณโรงกำจัดขยะเป็นอันดับแรก แม้งบประมาณกทม.จะมีจำกัดก็จริง แต่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนรถขยะคงต้องพิจารณาว่าจะใช้เส้นทางแบบไหนและขนส่งแบบไหนให้สั้นที่สุดและเพิ่มในเรื่องของบุคลากรด้วยในเรื่องของการจัดเก็บ และเพิ่มความถี่ในการจัดเก็บไม่ใช่เพียงสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง 

นายอนุชา กล่าวอีกว่า ดังนั้นเราต้องช่วยแก้ปัญหาต้นทาง ในเรื่องของการรณรงค์การแยกขยะ เรื่องของพลาสติกและรีไซเคิลและการจัดเก็บต้องอธิบายให้เข้าใจว่าเป็นขยะอะไรแล้วเก็บวันไหน และต้องรณรงค์สร้างความเข้าใจให้เห็นภาพกันอย่างชัดเจน

“เราบริหารจัดการเองได้ไม่ทั้งหมด แต่แนวนโยบายต้องมาจากส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นเอกชนหรือรัฐ แต่สุดท้ายแล้วขยะมูลฝอย มันต้องถูกกำจัด ซึ่งปัญหาเรื่องนี้ไม่ให้เกิดเป็นไปไม่ได้ เราต้องอยู่กับความเป็นจริงว่า รณรงค์อย่างไร เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการแยกขยะ ว่าแยกแล้วชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นและกรุงเทพฯจะเป็นเมืองที่สะอาดต้องทำโดยเร็วที่สุดเพราะจากที่ไปพบปัญหา หลายเรื่องเราสามารถทำได้เลย ในเรื่องของการบำบัด เพื่อเอามาทำปุ๋ย ก็ต้องมีการวัดค่า ว่าประชาชนยอมรับได้ ต้องมีการเอาค่าวัดมาตรฐานไม่ใช่วัดกันด้วยความรู้สึก นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ได้ว่าปริมาณเท่าไหร่สามารถยอมรับได้ในชุมชน

เมื่อถามว่า ปัญหาน้ำท่วมกทม. จะมีแนวทางการแก้ปัญหาอย่างไร นายอนุชา กล่าวว่า เรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วม ตนมีพื้นเพจากวิศวกร ซึ่งให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐาน บางสิ่งบางอย่างประชาชนอาจจะมองไม่เห็นในเรื่องของการก่อสร้าง แต่การบริหารจัดการนำน้ำลงสู่แม่น้ำให้เร็วที่สุด คือการสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่หรืออุโมงค์ยักษ์ ซึ่งมีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมาอุโมงค์ต่างๆใต้ดินอาจจะไม่รับทราบและไม่รับรู้มาก และที่ผ่านมากทม.ก็มีงบประมาณ แต่ถ้าแก้ปัญหาให้เกิดความยั่งยืนต้องวางแผนการให้เป็นระบบ การลอกคลองต้องมาควบคู่กับประตูระบายน้ำ 

ทั้งนี้กทม.เป็นพื้นที่ต่ำ ต้องทำอะไรไม่ฝืนธรรมชาติ นอกจากจะสร้างเขื่อนป้องกันน้ำแล้ว การสร้างสะพานน้ำให้ไหลไปสู่แม่น้ำให้เร็วที่สุด จึงให้ความสำคัญ อุโมงค์ซึ่งต้องทำให้เป็นระบบและชี้แจงให้ประชาชนเห็นว่างบที่ไปใช้จะแก้ปัญหาด้วยระบบทั้งหมดได้ในอนาคต 

นายอนุชา กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายอภิสิทธิ์ ได้ให้แนวทางมาแล้วว่า การใช้งบประมาณทุกอย่างต้องสามารถตรวจตรวจสอบได้ทุกเรื่องและโครงการใหญ่ใหญ่แบบนี้ต้องเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้เห็นในการใช้งบประมาณว่าแก้ทั้งระบบได้อย่างไรไม่ใช่แค่ลอกคลอง 

เมื่อถามว่า ผลโพลล่าสุดคนกทม.ชอบผู้สมัครอิสระไม่สังกัดพรรค นายอนุชา กล่าวว่า ผลโพลในกทม. ก็เปลี่ยนไปได้ทุกสัปดาห์ จะเห็นว่า องคาพยพเรามาช่วยกันรณรงค์เพราะปัญหาบางปัญหาไม่ใช่แค่กทม. เราลงพื้นที่รับทราบปัญหา และสามารถหารืออะไรในสภาได้ เราไม่ได้หายไปไหน แต่เพียงไม่ได้มีตำแหน่งเป็นทางการในกทม.หรือสภา แต่คนของพรรคประชาธิปัตย์ ยังมีการลงพื้นที่ต่อเนื่องโดยไม่ได้หายไปไหน สิ่งต่างๆเหล่านี้เหลืออีก 20 กว่าวัน เราจะทำให้คนที่เคยรักประชาธิปัตย์ได้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของพรรคประชาธิปัตย์ได้กลับมาคราวนี้พร้อมเป็นตัวแทนของท่านทำหน้าที่สุดความสามารถ

จากนั้น นายอนุชา พร้อมคณะได้ลงพื้นที่เยี่ยมโรงไฟฟ้าขยะ ที่สำนักงานกำจัดขยะมูลฝอยอ่อนนุช

TAGS: #ผู้ว่ากทม #เลือกตั้งผู้ว่ากทม #ปชป #ประชาธิปัตย์ #อภิสิทธิ์ #สก