รมว.อว. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ม.กาฬสินธุ์ ย้ำชัด! การใช้นวัตกรรมแก้ปัญหาความยากจนและยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด แต่ต้องเป็น "เทคโนโลยีที่ใช่และตอบโจทย์พื้นที่ได้จริง"
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังการบรรยายสรุปทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พร้อมร่วมชมบูธนิทรรศการแสดงผลงานทางวิชาการและงานวิจัยที่โดดเด่นของมหาวิทยาลัย โดยมีคณะผู้บริหารให้การต้อนรับและนำเสนอโครงการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากในหลากหลายมิติ
ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ได้นำเสนอโครงการสำคัญเพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยและพัฒนาภูมิภาค ครอบคลุมด้านการศึกษา สาธารณสุข เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และสิ่งแวดล้อม ดังนี้:
-
คณะพยาบาลศาสตร์: เร่งผลิตกำลังคนด้านสุขภาพและระบบบริการสาธารณสุขเพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน
-
โรงเรียนสาธิต ม.กาฬสินธุ์: ต้นแบบการศึกษาเชื่อมโยงชุมชน ชูหลักสูตรดนตรีและศิลปะการแสดง เพื่อพัฒนากำลังคนด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และยกระดับทุนวัฒนธรรมท้องถิ่น
-
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืด: พัฒนาสู่แหล่งเรียนรู้และการอนุรักษ์ระบบนิเวศลุ่มน้ำปาว
-
อุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ: ศูนย์กลางการบ่มเพาะสตาร์ทอัพ (Startup) เพื่อยกระดับเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก
-
งานวิจัยแก้จน: พัฒนาระบบงานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนด้วยนวัตกรรมและการจัดการเชิงระบบ
-
โครงการซากดึกดำบรรพ์กาฬสินธุ์: ผลักดันมรดกทางธรรมชาติอันโดดเด่นของจังหวัด สู่การวิจัยและการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้มอบนโยบายและเน้นย้ำถึงการพลิกโฉมบทบาทของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ โดยระบุว่า หัวใจสำคัญคือการสร้าง ระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ครบวงจร เพื่อตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย ขณะเดียวกันการแก้ปัญหาความยากจนและการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก จะต้องทำควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพราะทั้งสองเรื่องนี้แยกขาดจากกันไม่ได้
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ยังได้ให้ข้อคิดสำคัญเกี่ยวกับการนำนวัตกรรมไปใช้ในพื้นที่ว่า:
"การนำงานวิจัยมาแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ต้องใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและตอบโจทย์ชุมชนได้จริง มากกว่าเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยแต่ไม่แก้ปัญหา นวัตกรรมล้ำ ๆ อาจช่วยเรื่องพื้นที่ได้ แต่ไม่มากเท่าคนที่อยู่ในพื้นที่ ดังนั้น ต้องลงไปถามชุมชนว่าต้องการอะไร แล้วค่อยนำองค์ความรู้ไปช่วยสนับสนุน"