นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ยืนยันการบริหารประเทศบนหลักการ 3 ประการ พร้อมประกาศ 23 นโยบายสำคัญ ครอบคลุมเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง สิ่งแวดล้อม และการปฏิรูประบบราชการ
รัฐสภาไทย มีการประชุมร่วมรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เพื่อพิจารณาวาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยระบุว่ารัฐบาลจะบริหารราชการแผ่นดินโดยยึดหลักสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
- พิทักษ์รักษาสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
- ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
- ยึดมั่นหลักนิติธรรมและธรรมาภิบาล โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและบริหารราชการเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลได้บริหารราชการแผ่นดินภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภูมิรัฐศาสตร์โลก พร้อมขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วน “ควิกบิ๊กวิน” และจัดทำประชามติเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องเผชิญกับผลกระทบจากความขัดแย้งอย่างรุนแรงใน ภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้ปริมาณน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกลดลงสวนทางกับความต้องการ ส่งผลให้ราคาพลังงานและเชื้อเพลิงผันผวนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่สามารถคาดหมายได้ว่าสถานการณ์จะสิ้นสุดเมื่อใด
นายกรัฐมนตรีย้ำว่ารัฐบาลจะบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง พร้อมพลิกวิกฤตโลกให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ ด้วยการจูงใจให้บริษัทต่างชาติตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในประเทศไทย และเจรจากับประเทศคู่ค้าเพื่อเพิ่มตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป ตอกย้ำบทบาทของไทยในการเป็น ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก
ในด้านการเงินการคลัง รัฐบาลจะเร่งจัดทำ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 พร้อมปรับลดรายจ่ายหน่วยงานรัฐที่ไม่จำเป็นและไม่ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาประเทศ
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญแรงกดดันในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง ซึ่งอาจบั่นทอนศักยภาพการเติบโตของประเทศ รัฐบาลจึงมุ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงกติกาโลกและความไม่แน่นอนของอำนาจโลก เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ และนำความสุขและความมั่นคงกลับสู่ประชาชน
สำหรับ นโยบายสำคัญของรัฐบาล แบ่งเป็น 5 ด้านหลัก ได้แก่
- ด้านเศรษฐกิจ
- ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง
- ด้านสังคม
- ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม
- ด้านการบริหารภาครัฐและปฏิรูปกฎหมาย
ทั้ง 5 ด้านประกอบด้วย 23 นโยบาย ที่ครอบคลุมทุกมิติของการพัฒนาประเทศ อาทิ การสร้างโอกาสและงานให้ประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตและแข่งขันได้ การเชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก การพัฒนาเกษตรกรรมและภาคการท่องเที่ยว การเสริมสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน การพัฒนาระบบการศึกษาและสาธารณสุข การบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติ การลดก๊าซเรือนกระจก การปฏิรูประบบราชการ และแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง
นายกรัฐมนตรีกล่าวช่วงท้ายว่า ความท้าทายและความผันผวนที่ประเทศไทยกำลังเผชิญในวันนี้และอนาคตเป็นความจริงที่ต้องยอมรับ หากประเทศหยุดนิ่งจะยิ่งถดถอย รัฐบาลพร้อมใช้ทุกกำลังและทรัพยากรที่มีเพื่อแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน พร้อมนำพาประเทศสู่ ความมั่นคง เศรษฐกิจแข่งขันได้ และสร้างความเชื่อมั่นให้โลก