สีหศักดิ์ ยืนยัน 3 ลูกเรือไทยเสียชีวิตจากเหตุระเบิดที่ช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเร่งบริษัทเจ้าของเรือและกระทรวงแรงงานดูแลเยียวยา พร้อมขอบคุณโอมานและประสานให้เรือไทยที่ค้างอยู่สามารถผ่านช่องแคบได้
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีลูกเรือไทยจากเรือ “มยุรี นารี” จำนวน 3 ราย ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ว่า จากข้อมูลที่ได้รับจากเจ้าของเรือ พบชิ้นส่วนที่สามารถยืนยันได้ว่าลูกเรือทั้ง 3 รายเสียชีวิตแล้ว อย่างไรก็ตาม รายละเอียดอย่างเป็นทางการจะต้องรอการแถลงจากบริษัทเจ้าของเรืออีกครั้ง
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ในส่วนของการช่วยเหลือ รัฐบาลไทยจะดำเนินการตามขั้นตอน โดยบริษัทเจ้าของเรือต้องรับผิดชอบดูแลเป็นหลัก ขณะที่กระทรวงแรงงานจะเข้ามาดูแลเรื่องสิทธิประโยชน์และการเยียวยาให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตตามกฎหมาย
สำหรับการเดินทางไปยังประเทศโอมานนั้น นายสีหศักดิ์ระบุว่า นอกจากจะเป็นการขอบคุณรัฐบาลโอมานที่ให้ความช่วยเหลือแล้ว ยังมีเป้าหมายเพื่อขอความร่วมมือให้ช่วยประสานงานกรณีเรือไทยที่ยังค้างอยู่ในพื้นที่ ให้สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เนื่องจากโอมานมีช่องทางการติดต่อกับอิหร่าน ซึ่งไทยพยายามใช้ทุกช่องทางทางการทูตเพื่อแก้ไขปัญหา
เมื่อถูกถามถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกรณีอิสราเอลโจมตีเลบานอน นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ แต่หวังว่าในช่วงที่มีการหยุดยิง จะมีการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้การเดินเรือสามารถกลับมาดำเนินได้ตามปกติ
ทั้งนี้ ยังมีความพยายามเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการลดความตึงเครียด นายสีหศักดิ์จึงเรียกร้องให้อิสราเอลเคารพข้อตกลงที่เกิดขึ้น เพื่อเปิดทางสู่สันติภาพ พร้อมย้ำว่าขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ทุกฝ่ายควรให้โอกาสกับกระบวนการสันติภาพ
ส่วนความคืบหน้าการเจรจาที่มีรายงานว่าจะเกิดขึ้นในปากีสถาน เพื่อผลักดันสันติภาพอย่างยั่งยืนนั้น นายสีหศักดิ์มองว่า ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับความตั้งใจและความร่วมมือของทุกฝ่าย เนื่องจากทั่วโลกต่างต้องการเห็นความสงบ หลังจากเกิดความสูญเสียมาอย่างต่อเนื่อง
ท้ายที่สุด เมื่อถูกถามว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาน้ำมันของไทยคลี่คลายลงหรือไม่ นายสีหศักดิ์ระบุว่า หากการหยุดยิงนำไปสู่เสถียรภาพในภูมิภาค ก็มีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อสถานการณ์พลังงาน แต่ยังต้องติดตามต่อไปว่าการหยุดยิงจะพัฒนาไปในทิศทางใด