รองหัวหน้าเพื่อไทย ระบุฝ่ายกฎหมายกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีบาร์โค้ด/คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง อาจเชื่อมโยงถึงต้นขั้วบัตร กระทบหลักความลับของการลงคะแนน เตรียมพิจารณายื่นผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรัฐธรรม
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการใช้คิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ดบนบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจทำให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าผู้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคใด
นายชูศักดิ์กล่าวว่า พรรคทราบเรื่องดังกล่าวมาแล้ว 2 วัน โดยขณะนี้ฝ่ายกฎหมายอยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เบื้องต้นพบว่า ในอดีตบัตรเลือกตั้งจะมีเพียงรหัสลับขนาดเล็ก เพื่อระบุว่าบัตรนั้นส่งไปยังหน่วยเลือกตั้งใดเท่านั้น แต่กรณีปัจจุบันมีการเพิ่มบาร์โค้ดบนตัวบัตร ซึ่งหากสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังต้นขั้วบัตรได้ ก็อาจเชื่อมโยงถึงตัวผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง
“หากตรวจสอบได้ว่าบัตรที่ประชาชนลงคะแนนมาจากต้นขั้วใด และต้นขั้วนั้นเชื่อมกับลำดับรายชื่อผู้มีสิทธิ์ ก็อาจทำให้ทราบได้ว่าลงคะแนนให้ใคร ซึ่งจะกระทบหลักการเลือกตั้งที่ต้องเป็นความลับ” นายชูศักดิ์กล่าว
รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยระบุว่า พรรคได้หารือกันตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ หากข้อเท็จจริงเป็นเช่นนั้น อาจเข้าข่ายขัดต่อหลักการเลือกตั้งโดยลับตามกฎหมาย และอาจต้องพิจารณาว่าพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. หรือไม่
นายชูศักดิ์ยกตัวอย่างว่า ในอดีตการเลือกตั้งเคยถูกวินิจฉัยให้เป็นโมฆะจาก 2 กรณี คือ การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ และการเลือกตั้งไม่พร้อมกัน อย่างไรก็ตาม กระบวนการวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะนั้น ไม่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยตรง เพราะ กกต. มีอำนาจเพียงสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือให้นับคะแนนใหม่
หากจะดำเนินการให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต้องยื่นคำร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งเรื่องให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย
เมื่อถูกถามว่าพรรคจะเป็นผู้ยื่นเองหรือไม่ หากพบข้อเท็จจริงชัดเจน นายชูศักดิ์ตอบว่า หากดำเนินการได้ก็ต้องดำเนินการ แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลให้รอบด้าน เพราะหากจะยื่นร้องเรียนต้องมีความชัดเจน พร้อมย้ำว่าประเด็นเรื่องความผิดทางกฎหมายเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพิจารณาแยกต่างหาก
ทั้งนี้ ประเด็นคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่องการคุ้มครองหลักการลงคะแนนโดยลับตามรัฐธรรมนูญ