"สุวิทย์"เตือนเลือกตั้งไทยคือ “จุดตัดประวัติศาสตร์” สื่ออย่าตกเป็นเครื่องมือสงคราม IO

"สุวิทย์ เมษินทรีย์" ชี้สนามเลือกตั้งไม่ใช่แค่การแข่งขันทางการเมือง แต่เป็นสงครามข้อมูลข่าวสาร ระบุสื่อมวลชนยืนอยู่ตรงจุดตัดสองวงจรประวัติศาสตร์ ต้องทำหน้าที่กรองความจริง ไม่ขยายข้อมูลบิดเบือน

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์  อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า สงคราม IO กับการเลือกตั้ง
บททดสอบสื่อหลัก ณ จุดตัดสองวงจร

ประเทศไทยไม่ได้กำลังเผชิญ “การเลือกตั้งที่ดุเดือด” แต่กำลังยืนอยู่ตรง “จุดตัดของสองวงจรทางประวัติศาสตร์”

และสนามเลือกตั้งครั้งนี้ คือพื้นที่ที่สองวงจรนั้นปะทะกันโดยตรง

วงจรแรก คือ corruption–scammer complex: เครือข่ายเงินสกปรก อิทธิพลนอกระบบ และปฏิบัติการข้อมูล ภายใต้เครือข่ายทุนเทา นักการเมืองเทา และข้าราชการเทา ที่ไม่ได้แค่โกงเลือกตั้ง แต่กัดกร่อนรัฐ ความจริง และความไว้วางใจ ไปพร้อมกัน

อีกวงจรหนึ่ง คือ crisis → big idea → social change:  วงจรที่วิกฤตที่เกิดขึ้น ถูกแปลงเป็นความคิดเชิงระบบเพื่อก้าวข้ามวิกฤต  ความคิดดังกล่าวถูกแปลงเป็นพลังสาธารณะ และพลังนั้นมีศักยภาพเพียงพอที่จะพลิกฟื้นประเทศไทยได้จริง

และสื่อมวลชนยืนอยู่ตรงจุดตัดนี้พอดี

~ศึกการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่ “การแข่งขันทางการเมือง” แต่มันคือ “สงครามข่าวสาร”

นี่ไม่ใช่การแข่งขันนโยบาย แต่คือ Information War ที่เป้าหมายไม่ใช่แค่ “ทำให้คนเชื่อเรื่องเท็จ” แต่คือ
 • ทำให้สังคม สับสนจนไม่เชื่อใคร
 • ทำให้ความจริง ดูเหมือนเป็นแค่ความคิดเห็นหนึ่ง 
 • พร้อมๆกับการบ่อนทำลายรัฐ สื่อ และการเลือกตั้ง ไปพร้อมกัน

ในสนามแบบนี้ การทำข่าวแบบเดิม เท่ากับการพ่ายแพ้โดยไม่รู้ตัว

~ ตั้งชื่อศัตรูให้ถูก: Fake – Mis – Dis

IO ชนะได้ เพราะสังคมเรียกศัตรูผิดชื่อ
 • Misinformation ข้อมูลผิดที่แชร์ต่อโดยไม่เจตนา → รับมือด้วยความเร็ว ความชัด และคำอธิบายที่เข้าใจง่าย
 • Disinformation ข้อมูลเท็จที่ถูกสร้างอย่างมีเป้าหมาย → ต้องเปิดโปงแรงจูงใจ เครือข่าย และผลประโยชน์
 • Fake News ไม่ใช่ข่าว แต่คืออาวุธ เป้าหมายไม่ใช่ให้เชื่อเรื่องใด แต่หวังผลในที่สุดให้ไม่เชื่ออะไรเลย

เมื่อสื่อให้พื้นที่ข้อมูลเหล่านี้ “เท่ากันหมด” สื่อจะไม่เป็นกลาง แต่จะกลายเป็น “เครื่องขยาย IO”

~ บทบาทใหม่ของสื่อ: จากผู้รายงาน สู่ ผู้ตัดสินสนามความจริง

1. สื่อคือไส้กรอง ไม่ใช่ท่อส่ง
ในสงครามข้อมูล ความเร็วที่ไร้การกรอง = ชัยชนะของฝ่ายบิดเบือน สื่อไม่ได้แพ้เพราะช้า แต่แพ้เพราะ “ไม่กล้ากรอง”

2. จากตรวจสอบข้อเท็จจริง เป็นตรวจเช็คแรงจูงใจ
คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ “จริงหรือไม่” แต่คือ ใครได้ประโยชน์ ปล่อยเมื่อไร เชื่อมกับเงินและอำนาจหรือไม่ อย่างไร
เมื่อแรงจูงใจถูกเปิดโปง ข้อมูลเท็จจะสูญเสียพลังทันที

3. ความเป็นกลางแบบเท็จ คืออาวุธของ IO
ไม่ใช่ทุกแหล่งข่าวมีน้ำหนักเท่ากัน ไม่ใช่ทุกคำกล่าวอ้างควรถูกนำเสนอเท่ากัน การกล้าบอกว่า อะไรยืนยันแล้ว อะไรที่ยังไม่รู้ อะไรเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง คือความรับผิดชอบ ไม่ใช่อคติ

~ ประชาชนควรเชื่อใคร?

ไม่ใช่เชื่อ “แพลตฟอร์ม” แต่เชื่อ “กระบวนการ”

สื่อที่ควรถูกเชื่อ คือสื่อที่เปิดเผยวิธีทำงาน แก้ไขเมื่อผิด และตั้งคำถามกับทุกฝ่ายอย่างสม่ำเสมอ

~ โซเชียลไม่ใช่ศัตรู แต่สื่อหลักต้องเป็น “หลักยึด”

IO ทำงานเร็วบนโซเชียล บทบาทของสื่อหลักไม่ใช่แข่งความเร็ว แต่เป็น “จุดอ้างอิงของความจริง”
เมื่อข้อมูลสับสน ประชาชนต้องรู้ว่าจะ “กลับมาที่ใคร”

~ สมาคมสื่อ: จากการแข่งขัน สู่ แนวป้องกันร่วมของประเทศ

IO ไม่เล่นงานสื่อรายบุคคล แต่มองหาความแตกแยกของทั้งระบบ
หากสื่อยังแข่งขันกันแบบต่างคนต่างอยู่ ความน่าเชื่อถือของสื่อทั้งระบบจะถูกทำลาย
สิ่งที่ต้องการในฤดูกาลเลือกตั้ง ไม่ใช่การควบคุม แต่คือ collective action
 • กลไกเตือนภัยร่วม
 • มาตรฐานขั้นต่ำร่วม
 • การตรวจสอบร่วม และ
 • จุดยืนร่วมต่อสังคม

~ บทสรุป: สื่อไม่ได้แค่รายงานประวัติศาสตร์ แต่กำลังเลือกข้างของอนาคต

สื่อไม่ใช่เหยื่อของ IO แต่คือ “ผู้ตัดสิน ณ จุดตัดของสองวงจร”

การทำงานของสื่อในเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นคำตอบว่า ประเทศไทยจะติดอยู่ในวงจร corruption–scammer ต่อไป หรือเริ่มการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมที่ “ยึดความจริง“ เป็นสำคัญ

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่คำถามเชิงเทคนิค แต่คือคำถามเชิงศีลธรรมของวิชาชีพสื่อที่ประชาชนรอคำตอบ


 

TAGS: #สุวิทย์เมษินทรีย์ #สุวิทย์ #เลือกตั้ง69 #สงครามIO #สื่อมวลชน