สมาคมการค้าไทยสตาร์ทอัพ หารือร่วม "พรรคเพื่อไทย" สะท้อนปัญหาวิกฤตโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล ชงตั้ง “กองทัพนวัตกรรม” กู้วิกฤตเงินไหลออกนอกประเทศ ด้าน "ยศชนัน" รับฟังปัญหาในฐานะคนทำงาน
สมาคมการค้าไทยสตาร์ทอัพ ได้เข้าหารือร่วมกับพรรคเพื่อไทย ณ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เพื่อสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบ Startup ไทย และนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายในการสร้าง “กองทัพนวัตกรรม” เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยมี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ เข้าร่วมรับฟังอย่างใกล้ชิด และ นายธนวิชญ์ ต้นกันยา นายกสมาคมการค้าไทยสตาร์ทอัพ และคณะให้การต้อนรับ

โดยทางผู้แทนสมาคมฯ ได้นำเสนอภาพรวมความเจ็บปวดของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ชี้ให้เห็นปัญหาสำคัญว่า รายได้ของคนไทยและผู้ประกอบการรายย่อยไม่หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่เม็ดเงินจำนวนมากกลับไหลออกไปยังแพลตฟอร์มต่างชาติ ธุรกิจขนาดใหญ่ และกิจกรรมเศรษฐกิจนอกระบบ ส่งผลให้ SME และ Startup ซึ่งเป็นฐานการจ้างงานหลักของประเทศ ขาดโอกาสในการเติบโตอย่างแท้จริง
ทางสมาคมฯ จึงยื่นข้อเสนอสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1. การแก้ไขกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นทางกลไกการเงินและหยุดเลือดที่ไหลออกนอกประเทศ 2. การสร้าง “กองทัพนวัตกรรม” ทั้งเชิงรุกและเชิงรับ ผ่านโครงการ Innovation Talent Accelerator, Risk Capital Sandbox และ National Platform เพื่อลดการผูกขาด และ 3. การเปิดเวทีนโยบายใหญ่ในวันที่ 20 มกราคม เพื่อระดมความเห็นจากทุกภาคส่วน
ทางด้าน นายยศชนัน ได้รับฟังข้อเสนอทั้งหมดด้วยความตั้งใจ พร้อมกล่าวว่า เมื่อวานตนได้ไปคุยกับทางสภาอุตสาหกรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ แต่วันนี้ตั้งใจมาเน้นที่กลุ่ม Startup ซึ่งตนมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดีตั้งแต่สมัยดูแลงานบ่มเพาะธุรกิจ (Incubate) ที่มหาวิทยาลัยมหิดล และทำงานร่วมกับ NIA มาโดยตลอด
นายยศชนัน กล่าวต่อว่า แม้ทางพรรคจะมีแพ็กเกจการสนับสนุนเตรียมไว้บ้างแล้ว แต่ในวงพูดคุยรอบแรกนี้ ตนอยากเปิดใจรับฟังทุกคนแบบสบายๆ เป็นกันเอง (Friendly) ไม่เน้นพิธีการ เพื่อให้เรามองเห็นภาพความเป็นจริงเดียวกันและก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน
“ผมมักถามตัวเองเสมอว่า เรามีความน่าเชื่อถือ (Authority) พอที่จะพูดเรื่องนี้ไหม ที่ผมมาวันนี้ ก็เพราะผมเคยลงมือทำเรื่องพวกนี้มาพอสมควร และตั้งใจจะมาผลักดันให้เกิดขึ้นจริง” นายยศชนัน กล่าว
นายยศชนัน แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึก ระบุว่าแนวทางที่อยากพัฒนาคือการมองภาพรวมทั้ง “ระบบนิเวศ” (Ecosystem) ไม่ใช่การแก้ปัญหาเป็นรายกรณี โดยมองว่าสิ่งที่ Startup ต้องการเร่งด่วนในปัจจุบัน คือการที่ภาครัฐต้องเข้ามาช่วยวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี
“สิ่งที่ Startup ต้องการคือการรวมศูนย์ข้อมูล (Data Pooling), การวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และการเข้าถึงเทคโนโลยีหลัก (Core Technology) ซึ่งผมมองว่ารัฐควรเข้ามาช่วย License In หรือซื้อสิทธิ์การใช้งานเข้ามาเป็นฐานให้พวกเรา เพื่อลดข้อจำกัดเรื่องสิทธิบัตร (Freedom to Operate) เวลาขยายธุรกิจ ซึ่งตรงนี้ผมจะเข้ามาดูแลให้”
นอกจากนี้ นายยศชนัน ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของสภาพแวดล้อม (Environment) โดยเปรียบเทียบกับ Silicon Valley หรือ Kendall Square ที่บอสตัน ซึ่งความสำเร็จเกิดจากการที่คนในระบบนิเวศเดินไปมาหาสู่กันได้ เจอทั้ง Hackathon, Incubator และผู้เชี่ยวชาญ สำหรับประเทศไทย ย่านจุฬาฯ หรือเชียงใหม่ ถือว่ามีศักยภาพ แต่ยังขาดองค์ประกอบที่ครบทั้ง 5 ขาที่จะมารวมตัวกัน ได้แก่ Startup, มหาวิทยาลัย, VC, บริษัทใหญ่ (Big Corporate) และภาคการผลิต
“เราอยากเห็นพื้นที่ส่วนกลาง (Shared Space) ในเมืองที่ดึงดูดคนหลากหลายกลุ่มให้มาเจอกันได้ รวมถึงเรื่องระบบขนส่ง (Transportation) ที่เอื้อต่อการทำงานของ Startup ซึ่งรัฐบาลสามารถเข้ามาช่วยจัดการได้” นายยศชนัน กล่าว
ในช่วงท้ายของการหารือ นายยศชนัน พร้อมด้วยทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ได้รับข้อเสนอเรื่องกองทัพนวัตกรรมและการแก้กฎหมายไปพิจารณาเพื่อผลักดันต่อ โดยย้ำว่าเรื่องเงินทุน (Angel Fund/VC) และการเร่งการเติบโต (Accelerate) นั้นอยู่ในแผนงานที่พรรคเตรียมไว้อยู่แล้ว และพร้อมจะทำงานร่วมกับภาคเอกชนเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง
โดยบรรยากาศการหารือร่วมกันกว่า 2 ชั่วโมงเป็นไปอย่างเปิดใจและเป็นกันเอง ซึ่งทางด้านสมาคมก็เห็นด้วยและขานรับในหลายประเด็น พร้อมแลกเปลี่ยนข้อเสนอกับพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้ โดยนายธนวิชญ์ ต้นกันยา นายกสมาคมการค้าไทยสตาร์ทอัพ ก็ได้ขอบคุณทางคณะพรรคเพื่อไทยที่ให้ความสำคัญกับวงการสตาร์ทอัพไทยและข้อเสนอต่างๆ ที่ได้นำเสนอในวันนี้
สำหรับการหารือครั้งนี้มีผู้แทนพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ได้แก่ นายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ที่ปรึกษารองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายฉัตริน จันทร์หอม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และ นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย