เพื่อไทยสวนแรง "อนุทิน" พร้อมยุบสภา 12 ธ.ค. "จุลพันธ์" ถาม "กลัวอะไรถึงไม่อยากถูกตรวจสอบ" 

 เพื่อไทยสวนแรง
เพื่อไทยชี้สัญญาณยุบสภาเป็นแรงกดดันไม่ให้ฝ่ายค้านยื่นอภิปราย ขณะกระบวนการแก้ รธน. ถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส "จุลพันธ์ไ ยันหากรัฐบาลไม่ทำผิดก็ไม่ต้องกลัวการตรวจสอบ พร้อมเผยร่างญัตติซักฟอก

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ระบุว่ากรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณพร้อมยุบสภาหากฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 12 ธันวาคม ถือเป็นการ “ท้าทายและกดดัน” ฝ่ายตรวจสอบ และสะท้อนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญกำลังถูกนำมาเป็นเงื่อนไขทางการเมือง เนื่องจากนายกรัฐมนตรีระบุว่า หากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นให้ไปโทษกันเอง เท่ากับทำให้ร่างรัฐธรรมนูญกลายเป็นตัวประกันของฝ่ายบริหาร

เขาย้ำว่าพรรคเพื่อไทยมีหน้าที่ทั้งผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และตรวจสอบรัฐบาลผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเป็นสองประเด็นที่พรรคต้องการให้เกิดขึ้นควบคู่กัน พร้อมเปิดเผยว่า หลังการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 เสร็จ หากพบว่ากระบวนการตั้งกรรมาธิการยกร่างฯ ถูกครอบงำโดยเสียงข้างมากจนเสี่ยงไม่ได้รัฐธรรมนูญที่ตอบโจทย์ ก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะเดินหน้ายื่นญัตติอภิปราย

ด้านนายชลน่านยังชี้ว่า สูตรคัดเลือกกรรมาธิการยกร่างฯ แบบ “20 หยิบ 1” จะทำให้พรรคเสียงข้างมากในรัฐสภาสมัยหน้า ครอบครองตำแหน่งในกรรมาธิการยกร่างฯ มากถึง 24 จาก 35 คน ซึ่งอาจไม่สะท้อนความหลากหลายและสร้างรัฐธรรมนูญที่ดีกว่าฉบับปี 2560 ได้ตามที่ประชาชนคาดหวัง

ขณะเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค กล่าวถึงสัญญาณยุบสภาของนายกรัฐมนตรีว่า การยุบสภาเป็นอำนาจของนายกฯ แต่เมื่อมีการเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว นายกฯ ไม่มีอำนาจยุบสภาตามรัฐธรรมนูญ พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดรัฐบาลต้องกลัวการตรวจสอบ หากไม่มีการกระทำที่ขัดกฎหมายหรือสร้างความเสียหาย

เขาระบุว่าพรรคเพื่อไทยได้จัดทำร่างญัตติอภิปรายไว้แล้ว แต่เวลายื่นต้องหารือร่วมกันภายในพรรค โดยปัจจัยสำคัญคือความคืบหน้าของการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งถูกมองว่าเป็น “ตัวประกัน” ไม่ให้ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาล พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าฝ่ายรัฐบาลมีเจตนาทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จจริงหรือไม่ เนื่องจากท่าทีหลายครั้งไม่ตรงกับข้อตกลงทางการเมือง (MOA)

นายจุลพันธ์ยังกล่าวว่า มีโอกาสเปิดประชุมสมัยวิสามัญก่อนกำหนด หากกรรมาธิการพิจารณาเสร็จทัน แต่เตือนว่ากระบวนการแก้รัฐธรรมนูญต้องให้ประชาชนมีข้อมูลเพียงพอ เพราะสุดท้ายต้องทำประชามติ หากรีบเกินไปจะทำให้ประชาชนลงมติด้วยอารมณ์แทนเหตุผล
 
 

TAGS: #แก้ไขรัฐธรรมนูญ # พรรคเพื่อไทย #ชลน่านศรีแก้ว #อนุทินชาญวีรกูล #ยุบสภา