สภาหวิดล่มอีกรอบ "สส.ประชาชน" เสนอนับองค์ประชุม ด้าน "สส.เพื่อไทย" ลุกโวยฝ่ายค้านไม่สร้างสรรค์ ทำเสียเวลา ด้าน "พิเชษฐ์" ทำแฮตทริก ชิงสั่งปิดประชุม
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม ขณะรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 66 และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินประจำปีงบประมาณ 2566 ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยมีผู้อภิปรายไปเพียงคนเดียวคือนายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคประชาชน
ทำให้นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ลุกขึ้นอภิปรายว่า เห็นสมาชิกในห้องประชุมบางตาอยากจะเช็กความตั้งใจการทำงานของสส.ฝ่ายรัฐบาล จึงขอนับองค์ประชุม และมีผู้รับรองถูกต้อง
จากนั้นนายพิเชษฐ์ กดออดเรียกสมาชิกพร้อมกล่าวว่า “ไม่อยากอภิปรายแล้วหรือ” พร้อมทั้งขอให้วิปรัฐบาลแจ้งสส.ที่อยู่ในห้องประชุมอื่นเพื่อรีบเข้าห้องประชุมใหญ่
ขณะที่นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การขอนับองค์ประชุมและมีผู้รับรอง ถือเป็นสิ่งสวยงาม แต่หากมีคนเสนอให้นับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อ คงใช้เวลาถึงค่ำ ดังนั้น ขอร้องเพื่อนสมาชิก เดือนนี้ขออย่านับองค์ประชุมเลย แล้วไปนับองค์ประชุมเดือนหน้า ขอให้ประชุมงบประมาณปี 69 เสร็จก่อน
แต่นายพิเชษฐ์ ได้ตัดบท ขอให้สมาชิกได้กดแสดงตน แต่นายเอกราช ได้ประท้วงว่า การนับองค์ประชุมวันพฤหัสบดี สมัยที่แล้วนายพิเชษฐ์ ขอนับองค์ประชุมบ่อยที่สุด ดังนั้น คิดว่าประธานคงเข้าใจสส.ฝ่ายค้านดี แต่ถูกนายวัชรพล ขาวขำ สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เสนอด้วยการนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อจะได้รู้ว่า สส.คนใด จังหวัดใดมาทำงานและไม่มาทำงานบ้าง
จากนั้นทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ได้ถกเถียงกันเรื่องการนับองค์ประชุมกันไปมา ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิฒน์ สส.เชียงใหม่ พรรเพื่อไทย และรมช.คลัง เสนอว่า ตามข้อบังคับการประชุมอำนาจการกำหนดวิธีตรวจสอบองค์ประชุม เป็นหน้าที่ของประธานที่ประชุมไม่จำเป็นต้องมาโหวตว่าจะใช้วิธีการใด
ทำให้นายพิเชษฐ์ ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม แจ้งว่า เราก็อะลุ่มอล่วยและพยายามไม่ให้ขัดแย้งกัน ถ้าเรานับแบบขานชื่อ ข้าราชการบางจังหวัดที่มาชี้แจง อาจต้องนอนค้างอีกหนึ่งคืน เพราะเราจะใช้เวลาเยอะมาก ดังนั้น ขอให้คณะกรรมาธิการงบประมาณ และอนุกรรมาธิการทั้งหลายตอบข้อซักถาม และไปประชุมกับข้าราชการที่มาชี้แจง วันนี้จึงขอปิดการประชุม ในเวลา 15.30 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เปิดประชุมสมัยสามัญเมื่อวันที่ 3 ก.ค.เป็นต้นมา ปรากฎว่า ในช่วงที่นายพิเชษฐ์ ขึ้นทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ได้ชิงสั่งปิดประชุมแล้ว 2 ครั้งเพื่อเลี่ยงการนับองค์ประชุม คือวันที่ 3 ก.ค. วันที่ 9 ก.ค. และครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม