คอลัมน์ 'Growth and Sustainability' โดย 'วิฑูรย์ สิมะโชคดี'
ทุกวันนี้เพียงแต่ “เกษตรกรรม” หรือ “เกษตรอุตสาหกรรม” อาจไม่เพียงพอแล้ว ครับ
เราจะต้องมี “นวัตกรรม”เพิ่มเข้า ไปด้วย โดยเฉพาะนวตักรรมดด้าน“อุตสาหกรรมอาหาร” เพื่อเป็น “ครัวของโลก” และ “อาหารป้อนโลก” ที่ไทยเรามีศักยภาพสูงมาก
คำว่า"นวตักรรม (Innovation)" ที่ว่านี้ จะรวมถึง “ของใหม่” หรือ “ของที่ต่อยอด” ก็ได้ ทั้งที่เป็ น Hardware และ Software หรือ Hardware บวก Software ก็ได้ แต่ต้องเป็นของที่แตกต่างจากของที่มีอยู่เดิม หลายคร้ังที่ผู้ค้นถึงกับอุทานว่า“คิดได้ไงเนี้ย”
แต่ผู้คนส่วนใหญ่จะให้น้ำหนักกับ Hardware มากกว่า คือเน้น ไปที่เครื่องจักรกล อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ที่ เป็นสิ่งประดิษฐ์คิดค้นขึ้นใหม่ หรือคิดประดิษฐ์ต่อยอดจากของเดิมที่มีอยู่แล้วให้สามารถใช้งานได้กว้างขวางและ สะดวกยิ่งขึ้น ยิ่งในยุคของเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ (รวมทั้ง AI และ IoT) ด้วยแล้ว ก็ยิ่งคิดถึงการอาศัยเทคโนโลยที่ทันสมัยมาผสมผสานเข้ากับเครื่องจักร อุปกรณ์ เพื่อเพิ่ม “ผลิตภาพ” ให้สูงขึ้นฃ (คือการทำน้อยได้มาก)
กรณีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ“ลิ้นจี่ไร้เม็ด” จากประเทศจีน ลูกใหญ่ แต่เม็ดเล็กจิ๋วนิดเดียว (เหมือนไม่มีเม็ด) และเนื้อแห้ง ไม่ชุ่มน้ำใส่ในภาชนะคล้ายเข่งสานขนาดเหมาะสมหิ้วได้ ดูสวยงาม ที่สาคัญ ก็คือ“ที่ปอกเปลือก ลิ้นจี่” ซึ่งเป็นวงแหวนพลาสติกขนาด 1 นิ้วครึ่ง ตรงกลางกลวงใหญ่เป็นซี่ฟัน สามารถกดลงบนหัวลิ้นจี่ บิดหมุน 1 รอบ ให้ฟันพลาสติกเจาะเข้าเปลือกลิ้นจี่ส่วนบนหลุดออก จนเห็นเนื้อลิ้นจี่ส่วนบน เปลือกส่วนล่างก็แกะได้แล้ว สามารถทานลิ้นจี่ได้เลบ นี่คือความแปลกใหม่ ซึ่งเป็น “นวัตกรรม” โดยแท้
แต่การที่เราจะก้าวไปสู่เรื่องของ “นวัตกรรมทางการเกษตร” ได้นั้นเราจำเป็นต้องมีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยทีเข้มแข็งเพื่อรองรับ และสามารถบูรณาการเข้ากับศาสตร์ใหม่0ๆ ที่จะนำมาประยุกต์ใช้ต่อยอดได้ด้วย
และที่สำคัญที่สุดก็คือ การจะใช้นวัตกรรมอะไร กับสิ่งใดหรือกิจการงานใด เราต้องคิดเสมอว่า“ผลลัพธ์ที่ได้” สอดคล้องกับ “เป้าหมายหลัก” หรือไม่ด้วย
ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารน้นั “ผลิตภัณฑ์” ที่ได้จะต้องสอดคล้องกับเป้าหมายหลัก ต่อไปนี้ด้วย นั่นคือ กระบวนการผลิต (1) ควรต้องใช้พลังงานที่ลดลง (2) ต้องรักษาคุณภาพของผลผลิตได้ดี (3) สามารถลดการสูญเสียและเสื่อมคุณภาพในการเก็บเกี่ยวและเก็บรักษา (4) ช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตต่อพ้ืนที่เพาะปลูกท้งั ทางตรง หรือ ทางอ้อม (5) ลดการสูญเสียธาตุอาหารที่มีประโยชน์ในขั้นตอนการแปรรูปอาหาร และ (6) ไม่สร้างปัญหาสิ่งแวดล้อม หรือมลพิษตกค้าง เป็ นต้น
“นวัตกรรมด้านเกษตรกรรมและเกษตรอุตสาหกรรม” ในวันนี้ จึงอยู่ที่”ความสามารถในการตอบสนองความ ต้องการของลูกค้า” ได้อย่างรวดเร็วทันการ ในขณะที่สามารถ“ลดต้นทุนการผลิต”และ“เพิ่มผลิตภาพ” ได้ด้วย จึงจะ ถือว่า “สุดยอด” และ “ยั่งยืน ” ครับผม !