"กองปราบ" นำชุดหนุมาน ลุยค้น 8 จุด ยะลา-นราธิวาส-ขอนแก่น ไล่ล่าปิดบัญชีแก๊งเรียกค่าไถ่โหด
พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ และ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบ ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส รวมจำนวน 80 นาย เปิดปฏิบัติการ “ขอนแก่นนราล่าปิดบัญชีแก๊งเรียกค่าไถ่โหด” เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 8 จุด แบ่งเป็นพื้นที่ จ.ยะลา 3 จุด จ.นราธิวาส 4 จุด และ จ.ขอนแก่น 1 จุด เพื่อกวาดล้างจับกุมขบวนการอุ้มเรียกค่าไถ่ทวงเงินยาเสพติด
เนื่องจากเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2565 ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธบุกเข้าไปอุ้มตัว นายจี (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย จากบ้านพักในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ก่อนพาไปกักขังไว้ที่ห้องพักแห่งหนึ่งแล้วร่วมกันใช้กำลังทำร้ายร่างกายซ้อมทรมานจนเหยื่อได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกซี่โครงหัก จากนั้นจึงโทรศัพท์ติดต่อไปหาญาติพี่น้องของเหยื่อโดยยื่นข้อเสนอให้นำเงินจำนวน 5 แสนมาให้เพื่อแลกกับการปล่อยตัว หากไม่ทำตามจะเอากรรไกรตัดหูเหยื่อให้ขาด หรือ ทรมานจนเสียชีวิต ทางญาติจึงขอต่อรองจ่ายให้ก่อนจำนวน 3 แสนบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยหามาให้ กลุ่มคนร้ายจึงเริ่มใจอ่อน นัดหมายให้นำเงินมาส่งมอบให้ก่อนจำนวน 3 แสนบาท เมื่อวันที่ 12 ก.ย. โดยนัดหมายให้นำเงินมาวางไว้ที่ด่านโกลก จ.นราธิวาส เมื่อได้รับเงินแล้วจึงพาตัวนายจี มาปล่อยทิ้งไว้ริมถนนห่างจากบ้านพักประมาณ 3 กิโลเมตร
อย่างไรก็ตาม หลังนายจี ได้รับการปล่อยตัว กลุ่มคนร้ายยังคงโทรศัพท์มาข่มขู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อตามทวงเงินส่วนที่เหลืออีกจำนวน 2 แสนบาท ด้วยความหวาดกลัวผู้เสียหายจึงเร่งหาเงินมาให้ก่อนจำนวน 1 แสนบาท เพื่อให้สถานการณ์เบาลง แต่กลุ่มคนร้ายก็ยังคงพยายามข่มขู่ทวงส่วนที่เหลืออีก 1 แสนบาท ผู้เสียหายจึงตัดสินใจนำเรื่องเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส แต่เมื่อเห็นว่าคดีไม่คืบหน้าเกรงจะไม่ปลอดภัย จึงนำเรื่อง เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับทางตำรวจกองปราบ
หลังรับเรื่องเจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังลงพื้นที่สืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง จนทราบว่า มูลเหตุมาจากการที่ผู้เสียหายติดค้างเงินค่ายาเสพติดนานทุนยาเสพติดรายใหญ่ นายทุนยานรกคนดังกล่าว จึงว่าจ้างแก๊งรับจ้างอุ้มทวงหนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ทหารพราน เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร และ อดีตสมาชิกกลุ่มผู้ก่อความรุนแรงในพื้นที่มาก่อเหตุดังกล่าว จึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานจนนำมาสู่การออกหมายจับผู้ที่สีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 5 ราย ประกอบด้วย นายอับดุลรอนิง สาแร๊ะ อายุ 39 ปี อดีตสมาขิกผู้ก่อความรุนแรงในพื้นที่ หัวหน้าขบวนการ นายแอนดี มามะ อายุ 33 ปี อดีตสมาขิกผู้ก่อความรุนแรงในพื้นที่ รองหัวหน้าขบวนการ และ พวกที่ทำหน้าที่คนประสานงาน รวมถึง ผู้จ้างวาน จนนำมาสู่การเปิดปฏิบัติการดังกล่าว
โดยจุดแรกที่เข้าตรวจค้นเป็นบ้านเลขที่ 992/59 ถนนประชาวิวัฒน์ ต.สุไหงโก-ลก อ. สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นบ้านพักของ นายแอนดี มามะ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ โดยใช้วิธีทรมานทารุณโหดร้าย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำนั้นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และ ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยทรมาน หรือ หรือกระทำทารุณโหดร้าย” ทั้งนี้ทันทีที่ไปถึงพบบ้านหลังดังกล่าว เป็นบ้านพักชั้นเดียว เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังปิดล้อมตรึงพื้นที่รอบตัวบ้าน ส่วนตัว นายแอนดี กำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่ในตัวบ้าน จึงส่งสัญญาณเรียกให้เจ้าตัวเดินออกมาให้จับกุมตัวได้โดยละม่อม
นอกจากนี้จากปฏิบัติการดังกล่าวเจ้าหน้าที่ยังสามารถตามจับกุมนายอับดุลรอนิง สาแร๊ะ อายุ 39 ปี หัวหน้าแก๊งรับจ้างอุ้มเรียกค่าไถ่ ได้ที่บ้านพักในพื้นที่ จ.ยะลา พร้อมกับจับกุมตัวผู้จ้างวานซึ่งเป็นนายทุนยาเสพติด และพวกอีกรายได้ที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งหลังจากนี้จะมีการแถลงสรุปรายละเอียดปฏิบัติการดังกล่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง