“อาสพลธ์” ชี้ปมโกงสอบท้องถิ่น ขบวนการสะสมมาหลายปี ย้อน "อดีตปลัดมท." ถ้าช่องโหว่ถูกปิดตั้งแต่วันนั้น คงไม่ต้องมาปราบปรามขบวนการใหญ่โตในวันนี้
นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ชี้แจงกรณีสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย แสดงความเห็นเกี่ยวกับปัญหาทุจริตสอบเข้ารับราชการท้องถิ่น โดยระบุว่าเคารพท่านในฐานะที่รับราชการมายาวนาน และเห็นด้วยว่าเรื่องนี้น่าละอายจริง แต่ในฐานะที่ กมธ.ป.ป.ช. ติดตามคดีนี้มาตลอด จำเป็นต้องนำข้อเท็จจริงมาชี้แจงในส่วนที่ท่านไม่ได้พูด เพื่อไม่ให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยชุดปัจจุบันเป็นต้นเหตุของปัญหา ทั้งที่ความจริงคือ เป็นผู้ที่ลงมือเปิดแผลและเอาคนผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ข้อเท็จจริงที่ 1 : ขบวนการนี้ไม่ได้เพิ่งเกิด
ท่านอดีตปลัดยอมรับเองว่า สมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย มีเรื่องร้องเรียนเรื่องการสอบเข้ามาแล้ว แต่ “ไม่ได้เจอเหตุอะไร” ข้อเท็จจริงคือ ป.ป.ช. ตรวจเส้นทางการเงินแล้วพบความเชื่อมโยงกับการสอบท้องถิ่นปี 2564 และรับการสอบคัดเลือกตำแหน่งบริหารท้องถิ่นปี 2564 ไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ พบผู้เกี่ยวข้อง 10 ราย สูงสุดถึงระดับอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในขณะนั้น และพบลักษณะการแก้ไขคะแนนแบบเดียวกับการสอบปี 2568 นอกจากนี้ กมธ ป.ป.ช ยังพบว่า มีหลายจังหวัดทั่วประเทศที่ตำรวจรับแจ้งความจากผู้ที่จ่ายเงินให้นายหน้ามาตั้งแต่ปี 2566 แต่สุดท้ายไม่มีรายชื่อสอบผ่าน
ข้อเท็จจริงเหล่านี้ชี้ชัดว่า ขบวนการนี้ก่อตัวและเติบโตมาหลายปี ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน
ข้อเท็จจริงที่ 2 : มีเรื่องร้องเรียน แต่ไม่แก้ไขปัญหา
การสอบแข่งขัน มีการจัดสอบปี 2560, 2562 และ 2564 ถึงแม้จะมีการร้องเรียนเรื่องทุจริต แต่ผู้บริหารทั้งระดับกรม และกระทรวงในขณะนั้นก็ไม่ได้มีการปรับปรุง แก้ไข TOR ให้รัดกุม ให้มีมาตรการป้องกันการทุจริตให้เข้มข้นขึ้น กลับใช้ TOR เดิมที่ใช้ปี 2560 มาใช้ในการจัดสอบปี 2562 และ 2564 พึ่งจะมีการปรับปรุง TOR ในการจัดสอบปี 2568 สาเหตุเพราะผู้บริหารกระทรวงมีความตั้งใจจริงจึงเกิดมาตรการป้องกันการทุจริตต่างๆเพิ่มขึ้นมา เช่น การทำ MOA ระหว่าง กระทรวงมหาดไทย กรม สถ. ป.ป.ช ปปท. ปปง. และ ปปป. รวมทั้งมีการแก้ไข TOR โดย TOR สำหรับปี 2568 เกิดจาก TOR 2564+ TOR กพ + TOR สตง ซึ่งหากเปรียบเทียบกับของเดิมจะมีความรัดกุมมากขึ้น
ข้อเท็จจริงที่ 3: ทำถึงที่สุดแล้วหรือยัง? — ยังไม่สิ้นสุด และจะไม่หยุด
คดีขนาดนี้มีผู้เกี่ยวข้องหกพันกว่าคน การนำคนผิดมารับโทษต้องใช้เวลาและต้องทำอย่างรอบคอบตามกฎหมาย กมธ.ป.ป.ช. ได้เชิญ บก.ปปป. และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดที่มีผู้แจ้งความ มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ เพื่อให้คดีนายหน้าในทุกจังหวัดถูกดำเนินการด้วยมาตรฐานเดียวกัน ไม่มีการปล่อยให้เรื่องเงียบหาย หรือจบด้วยการคืนเงินกันเอง และต้องสาวให้ถึงผู้อยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด
การปราบทุจริต คือ “หน้าที่โดยตรง”
ท่านอดีตปลัดฝากว่า “อย่าทำเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่” ผมขอเรียนด้วยความเคารพว่า การปกป้องระบบคุณธรรม ไม่ให้ใครซื้อขายตำแหน่งราชการได้ คือหน้าที่โดยตรงของผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ดังที่ท่านเองกล่าวไว้ว่า เราเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และกินเงินเดือนจากภาษีพี่น้องประชาชน
หากเรื่องร้องเรียนในอดีตได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง และช่องโหว่ถูกปิดตั้งแต่วันนั้น เราคงไม่ต้องมาปราบปรามขบวนการที่ใหญ่โตขนาดนี้ในวันนี้ และลูกหลานของพี่น้องที่สอบด้วยความสุจริต คงไม่ต้องเสียโอกาสมาหลายปี
ขอให้สังคมมองเห็นความจริงว่า การที่วันนี้เราจับได้ เพราะวันนี้นายกรัฐมนตรี ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย เอาจริง
กมธ.ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร จะติดตามเรื่องนี้ต่อไปจนถึงที่สุด และจะรายงานความคืบหน้าให้พี่น้องทราบเป็นระยะ