สส.ปชน.สมุทรปราการ อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วม ชี้มวลน้ำมหาศาลจากกทม.ทะลักเข้าพื้นที่สะสมกว่า 1.9 ล้าน ลบ.ม. ปั๊มน้ำสุวรรณภูมิใช้ได้แค่ครึ่งเดียว คาดระดับน้ำลดช้าเพียงวันละ 1-2 ซม. เตรียมใจอาจลากยาว 15 วัน
น.ส.นิตยา มีศรี หรือ ก้อย สส.สมุทรปราการ เขต 5 พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า อัปเดตสถานการณ์การระบายน้ำสมุทรปราการ ขอแจ้งข้อเท็จจริงให้พี่น้องประชาชนทราบ เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ในช่วงนี้ค่ะ
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ก้อยได้ประสานงานและติดตามสถานการณ์น้ำกับผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร กรมชลประทาน อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องระดับน้ำ ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่ และขีดความสามารถในการระบายน้ำของจังหวัดสมุทรปราการ
จากการพูดคุยและประเมินสถานการณ์ล่าสุด มีข้อมูลสำคัญที่ก้อยอยากแจ้งให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบอย่างตรงไปตรงมาค่ะ
1. ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่สมุทรปราการมีจำนวนมหาศาล
นอกจากปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสมในพื้นที่แล้ว ยังมีมวลน้ำส่วนใหญ่ที่ไหลมาจากกรุงเทพมหานคร โดยตลอด 3–4 วันที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำไหลเข้าสู่สมุทรปราการไม่น้อยกว่า 1,900,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือเป็นปริมาณน้ำที่สูงมากและเป็นสถานการณ์ที่ไม่เคยประสบมาก่อนในพื้นที่ ตามข้อมูลที่ได้รับจากโครงการชลหารพิจิตร
2. ระดับน้ำในช่วง 2–3 วันนี้ อาจยังไม่ลดลงอย่างชัดเจน
จากการประเมินของผู้อำนวยการโครงการฯ คาดว่าระดับน้ำจะลดลงค่อนข้างช้า โดยอาจลดลงเพียงวันละประมาณ 1–2 เซนติเมตรเท่านั้น
ส่วนระยะเวลาที่สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หากไม่มีฝนตกหนักหรือมีมวลน้ำเพิ่มเติมเข้ามาซ้ำ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 5–7 วัน แต่หากสถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่ประเมินไว้ อาจยืดเยื้อไปถึง 15 วันได้เช่นกัน
ทั้งนี้ เป็นการประเมินตามสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งยังต้องติดตามปริมาณฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด
3. สถานีสูบน้ำคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ ยังเดินเครื่องได้ไม่เต็มกำลัง
ปัจจุบันเครื่องสูบน้ำสามารถใช้งานได้เพียง 2 เครื่อง จากทั้งหมด 4 เครื่อง โดยอยู่ระหว่างเร่งซ่อมแซมเพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานเพิ่มได้อีก 1 เครื่อง ภายใน 1–2 วันนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้มากขึ้น
ก้อยขอแจ้งข้อมูลเหล่านี้อย่างตรงไปตรงมา เพราะอยากให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบสถานการณ์ที่แท้จริง สามารถประเมินความเสี่ยง วางแผนการใช้ชีวิต และเตรียมรับมือกับน้ำท่วมที่อาจยังคงอยู่ต่อไปอีกหลายวัน โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กเล็ก
ตลอด 4 วันที่ผ่านมา ก้อยและทีมงานพยายามประสานงานทุกช่องทาง ทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมชลประทาน รวมถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ เพื่อผลักดันให้มีการเร่งระบายน้ำและแก้ไขข้อจำกัดของระบบสูบน้ำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ก้อยเข้าใจดีว่าการที่น้ำท่วมขังต่อเนื่องหลายวัน ไม่ใช่แค่เรื่องของความไม่สะดวก แต่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ รายได้ และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนโดยตรง
การแจ้งสถานการณ์ตามข้อเท็จจริงจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้ทุกคนสามารถเตรียมตัวได้ทัน ไม่ต้องรออย่างไม่มีจุดหมาย
ก้อยและทีมงานจะยังคงติดตาม ประสานงาน และลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจะนำข้อมูลความคืบหน้ามาแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบเป็นระยะค่ะ
ขอให้ทุกคนดูแลตัวเองและครอบครัว โดยเฉพาะพื้นที่ที่น้ำยังท่วมสูง หากมีจุดใดต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถแจ้งเข้ามาได้เลยนะคะ
ก้อยจะทำหน้าที่ประสานงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้พี่น้องประชาชนผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันค่ะ ????