“สีหศักดิ์” ชี้แก้ไฟใต้ต้องครบทุกมิติ ทั้งความมั่นคง การศึกษา-อัตลักษณ์

“สีหศักดิ์”  ชี้แก้ไฟใต้ต้องครบทุกมิติ  ทั้งความมั่นคง การศึกษา-อัตลักษณ์
“สีหศักดิ์” ย้ำแก้ปัญหาชายแดนใต้ต้องเดินคู่ “ความมั่นคง-การพัฒนา” เผยมาเลเซียหนุนกระบวนการพูดคุยสันติสุข ขณะที่การดูแลชายแดนไทย-มาเลเซียเตรียมใช้ทั้งรั้ว กล้อง และระบบอิเล็กทรอนิกส์

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ครั้งที่ 1/2569 ว่า การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องดำเนินการในทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคงและการพัฒนา โดยเฉพาะการสร้างความปลอดภัย ความมั่นใจให้ประชาชนและภาคเอกชน ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา ความยุติธรรม และการดูแลเรื่องอัตลักษณ์ของประชาชนในพื้นที่

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า การประชุม กพต. จะพิจารณาสถานการณ์ในพื้นที่และโครงการพัฒนาของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดยทุกโครงการต้องผ่านการกลั่นกรองอย่างรอบคอบ สะท้อนเอกภาพเชิงนโยบาย และเชื่อมโยงกัน ไม่ใช่ต่างหน่วยต่างนำโครงการของตัวเองมาเสนอ พร้อมจัดลำดับความสำคัญ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และงานด้านมวลชน เพื่อให้งบประมาณที่ลงไปเกิดประโยชน์และคุ้มค่าอย่างแท้จริง

“ความมั่นคงกับการพัฒนาต้องเดินไปด้วยกัน จะมองเฉพาะเรื่องความมั่นคงไม่ได้ เพราะการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต้องคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน ความยุติธรรม และอัตลักษณ์ในพื้นที่ด้วย” นายสีหศักดิ์กล่าว

สำหรับกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า จากการเดินทางไปหารือกับฝ่ายมาเลเซียที่ผ่านมา มาเลเซียยืนยันอย่างชัดเจนว่าสนับสนุนกระบวนการพูดคุยสันติสุขอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน มาเลเซียอยู่ระหว่างการพิจารณาผู้อำนวยความสะดวกคนใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องภายในของมาเลเซีย โดยบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่จะต้องสามารถอำนวยความสะดวกได้อย่างแท้จริง และสะท้อนท่าทีของรัฐบาลมาเลเซียในการสนับสนุนกระบวนการพูดคุยได้อย่างชัดเจน

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ฝ่ายมาเลเซียระบุว่าขณะนี้ใกล้มีความชัดเจนเรื่องตัวผู้อำนวยความสะดวกแล้ว และจะมีการหารือภายในเพื่อดำเนินการต่อไป

ส่วนความร่วมมือด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นความจำเป็นในการดูแลพื้นที่ โดยเฉพาะจุดที่ยังพบกิจกรรมผิดกฎหมาย ทั้งยาเสพติด สินค้าของเถื่อน และอาชญากรรมต่าง ๆ แต่การสร้างรั้วชายแดนจะไม่ใช่การปิดกั้นการเดินทางของประชาชนหรือกระทบต่อการค้าระหว่างสองประเทศ

สำหรับรูปแบบการดูแลชายแดน จะไม่ได้ใช้เพียงรั้วทางกายภาพ แต่จะนำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาเสริม ทั้งกล้องและระบบติดตามความเคลื่อนไหว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบพื้นที่ โดยไทยและมาเลเซียจะเน้นการทำงานเสริมกัน ไม่ดำเนินการซ้ำซ้อน

นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังมีความร่วมมือด้านข่าวกรอง โดยมาเลเซียยืนยันว่าไม่มีนโยบายให้บุคคลใดใช้พื้นที่ของมาเลเซียเพื่อบั่นทอนความมั่นคงของประเทศไทย พร้อมให้ความร่วมมือในการส่งตัวผู้กระทำผิดกลับไทย โดยฝ่ายไทยได้ยื่นหมายต่าง ๆ ไปแล้วและอยู่ระหว่างติดตามกระบวนการ

นายสีหศักดิ์กล่าวถึงการป้องกันเหตุความไม่สงบว่า หากบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ขณะที่ฝ่ายบริหารต้องวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ รวมถึงพัฒนาระบบเตือนภัยและระบบข่าวกรองให้มีประสิทธิภาพ สามารถรับรู้และประเมินสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ นายสีหศักดิ์ย้ำว่า แนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เรื่อง “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ยังคงเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และทุกหน่วยงานต้องนำไปปรับใช้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านนายนัจมุดดีน อูมา อดีต สส.นราธิวาส ในฐานะหนึ่งในคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล กล่าวว่า การประชุม กพต. ครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาประชุมของคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลอีกครั้งในรอบ 2 ปี

TAGS: #สีหศักดิ์พวงเกตุแก้ว #ชายแดนใต้ #จังหวัดชายแดนภาคใต้ #กพต