“บวรศักดิ์” ชง 5 ทางออกแก้รัฐธรรมนูญ เปลี่ยนบทบาท กกต. เปิดทางประชาชนถอดถอน

“บวรศักดิ์” ชง 5 ทางออกแก้รัฐธรรมนูญ เปลี่ยนบทบาท กกต. เปิดทางประชาชนถอดถอน
“บวรศักดิ์” เสนอ 5 อภิวัติ แก้รัฐธรรมนูญ หลังความเชื่อมั่นองค์กรอิสระตกต่ำ ชงปรับระบบสรรหา เปิดทางประชาชนถอดถอนนายกฯ-รัฐมนตรี เปลี่ยนบทบาท กกต. ไม่ให้จัดเลือกตั้งเองพร้อมเร่งกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวในเวทีสัมมนา “วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ: ที่มาและทางออก” ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า โดยเสนอแนวทางปรับโครงสร้างทางการเมืองและองค์กรอิสระ 5 ประเด็น เพื่อแก้ปัญหาความเชื่อมั่นที่ลดลง

นายบวรศักดิ์กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเตรียมเข้าสู่องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบใน 25 กลุ่ม และปรับปรุงประเด็นต่าง ๆ ประมาณ 70,000 เรื่อง โดยปัญหาการทุจริตเป็นหนึ่งในกลุ่มประเด็นสำคัญ

นายบวรศักดิ์ยกตัวอย่างว่า ช่วงที่อยู่ในรัฐบาลอนุทิน 1 เคยพบกรณีตำรวจออกมาเปิดเผยข้อมูลระหว่างกัน แต่รัฐบาลไม่ได้ดำเนินการ ขณะที่กรณีเกี่ยวกับเรือนจำพิเศษบางขวางก็ไม่มีความคืบหน้า พร้อมระบุว่าเคยยกร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยกรรมการอิสระเพื่อการตรวจสอบ แต่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง

“ทั้งหมดนี้แสดงว่าคนที่มีอำนาจไม่จริงจัง ไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญ ไม่เร่งด่วน” นายบวรศักดิ์กล่าว

นายบวรศักดิ์กล่าวถึงพัฒนาการขององค์กรอิสระว่า ก่อนหน้านี้เมื่อรัฐธรรมนูญ 2534 มีผลบังคับใช้ นพ.ประเวศ วะสี เคยเสนอให้ตนร่างรัฐธรรมนูญ แต่ตนไม่ต้องการทำเพราะไม่อยากเป็นกบฏ ก่อนที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งกำหนดให้มีองค์กรอิสระขึ้นมา ขณะที่รัฐธรรมนูญ 2550 ได้กำหนดองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงองค์กรอัยการเป็นครั้งแรก และมีการจัดตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ส่วนรัฐธรรมนูญ 2560 ยังคงองค์กรอิสระเหล่านี้ไว้ แต่จากการทำงานที่ผ่านมา สถาบันพระปกเกล้าร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับผลงานขององค์กรอิสระตั้งแต่เริ่มจัดตั้งในปี 2545 พบว่าองค์กรอิสระในช่วงแรกมีผลงานที่ดี แต่ปัจจุบันความเชื่อมั่นลดลง เนื่องจากการทำงานไม่เป็นไปตามที่ประชาชนคาดหวัง

นายบวรศักดิ์จึงเสนอแนวทาง “อภิวัฒน์” เพื่อพัฒนาระบบไปในทิศทางที่ดีขึ้น 5 เรื่อง ได้แก่

1. อภิวัติเวลาได้มาของคณะรัฐมนตรี

นายบวรศักดิ์เห็นว่ารัฐธรรมนูญปัจจุบันกำหนดกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ใช้เวลานาน โดยหากมีการยุบสภา กว่าจะได้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่อาจใช้เวลาถึง 5 เดือน จึงเสนอว่า หากเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ควรกำหนดให้มีการเลือกตั้งภายใน 30 วันหลังยุบสภา

“การยุบแล้วเลือกช้า ซื้อกันเยอะ หากยุบแล้วมีเวลาน้อย ซื้อไม่ได้ ต้องทำความดีระหว่างเป็น สส.” นายบวรศักดิ์กล่าว

ส่วนกรณีสภาครบวาระ เสนอให้เลือกตั้งภายใน 15 วัน เปิดเวลาให้ กกต. รับรองผล 30 วัน และเรียกประชุมสภาภายใน 10 วัน เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีให้เสร็จภายใน 30 วัน หากไม่สามารถรวบรวมเสียงเกินกึ่งหนึ่งได้ภายในกำหนด ให้ผู้ที่ได้คะแนนเสียงสูงสุดเป็นนายกรัฐมนตรีภายใน 15 วัน

2. อภิวัฒน์การสรรหาองค์กรอิสระ

นายบวรศักดิ์เสนอให้นำแนวทางจากร่างรัฐธรรมนูญ 2558 ที่ถูกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ตีตกกลับมาพิจารณา โดยให้คณะกรรมการสรรหาประกอบด้วยผู้แทนจากศาลฎีกา ศาลปกครองสูงสุด พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองฝ่ายรัฐบาล คณะรัฐมนตรี พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองฝ่ายค้าน และประธานองค์กรอิสระที่เลือกกันเอง

ส่วนการให้ความเห็นชอบ ให้ใช้ที่ประชุมรัฐสภาลงคะแนนครั้งเดียว แต่แบ่งคะแนนออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ สส.ฝ่ายรัฐบาล สส.ฝ่ายค้าน และ สว. หากผู้สมัครได้รับเสียงสนับสนุนจาก 2 ใน 3 กลุ่ม จึงจะได้รับเลือก พร้อมเสนอให้เปิดเผยผลการลงคะแนนและประวัติการตรวจสอบผู้สมัคร

3. อภิวัติระบบถอดถอน

นายบวรศักดิ์เสนอให้นำระบบการถอดถอนกลับมาใช้ โดยเชื่อมโยงอำนาจไปถึงประชาชน หากไม่สามารถมี สว. ที่ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนควรมีสิทธิลงคะแนนถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี ขณะที่การถอดถอน สส. หรือ สว. อาจจำกัดสิทธิการลงคะแนนไว้ในระดับภาคหรือจังหวัด

4. อภิวัฒน์สำนักงาน กกต.

นายบวรศักดิ์เสนอให้ปรับบทบาทสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยไม่ให้มีอำนาจจัดการเลือกตั้งโดยตรง แต่ให้เป็นอำนาจของที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง และใช้หน่วยงานในระดับภูมิภาคและท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง

ส่วน กกต. ควรมีหน้าที่หลัก 2 ด้าน คือ ออกกฎและกำกับการเลือกตั้ง รวมถึงจับกุมหรือดำเนินการกับผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งเป็นแนวทางที่นายบวรศักดิ์ระบุว่าเคยเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญปี 2558

5. อภิวัติการยอมรับกลุ่มการเมือง

นายบวรศักดิ์เสนอให้ยอมรับกลุ่มการเมืองที่ยังไม่ถึงขั้นต้องจัดตั้งเป็นพรรคการเมือง เพื่อเปิดพื้นที่ทางการเมืองรูปแบบอื่น โดยไม่จำเป็นต้องมีสมาชิก 5,000 คนหรือมีสาขาพรรคตามข้อกำหนดในปัจจุบัน และมองว่าแนวทางดังกล่าวอาจเป็นอีกทางออกหนึ่งของระบบการเมือง

นายบวรศักดิ์ทิ้งท้ายว่า ก่อนจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบกับระบบของประเทศอื่นอย่างรอบด้าน เพื่อออกแบบกติกาที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย และแก้ปัญหาความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระและระบบการเมืองในระยะยาว

TAGS: #บวรศักดิ์ #บวรศักดิ์อุวรรณโณ #รัฐธรรมนูญ #แก้รัฐธรรมนูญ #องค์กรอิสระ #กกต