“จักรภพ” เร่งแก้วิกฤตมันสำปะหลัง ผนึกงานวิจัย 2 มหาวิทยาลัย ทำ โคราชแซนด์บ็อกซ์ กู้ผลผลิตก่อนฤดูเก็บเกี่ยวปีหน้า
นายจักรภพ เพ็ญแข ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาวิกฤตมันสำปะหลัง ภายหลังลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า ปัญหาโรคใบด่างกำลังส่งผลกระทบรุนแรงต่อผลผลิตมันสำปะหลังทั่วประเทศ และจำเป็นต้องเร่งแก้ไขทันทีเพื่อให้ทันวงจรการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวในปีหน้า
นายจักรภพ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับระหว่างลงพื้นที่พบว่า โรคใบด่างได้ส่งผลต่อเนื่องตั้งแต่ความแข็งแรงของต้นมันสำปะหลัง ระบบราก ไปจนถึงปริมาณแป้งในหัวมันสด โดยเชื้อไวรัสทำให้ต้นมันไม่สามารถผลิตกลิ่นตามธรรมชาติเพื่อไล่แมลงหวี่ขาว ซึ่งเป็นพาหะสำคัญในการแพร่เชื้อ ขณะที่ระบบรากไม่สามารถเติบโตและแตกสาขาได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลต่อการรับอาหารของพืช ทำให้เปอร์เซ็นต์แป้งลดต่ำลง และท่อนพันธุ์จำนวนหนึ่งติดเชื้อจนไม่สามารถนำไปปลูกต่อในฤดูกาลถัดไปได้
ผลกระทบดังกล่าวกำลังลุกลามไปถึงอุตสาหกรรมปลายน้ำ โดยปริมาณแป้งมันลดลงอย่างมาก จนเหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของความต้องการทั่วประเทศ จึงถือเป็นสถานการณ์ที่ต้องเร่งบริหารจัดการก่อนปัญหาจะขยายตัวมากขึ้น
นายจักรภพ ระบุว่า หลังเดินทางกลับจากนครราชสีมา ได้เร่งประสานนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่ประธานนโยบายการเกษตร ก่อนที่นายสมศักดิ์จะประสานให้หารือกับนายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย อดีต ส.ส.นครสวรรค์ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือกันเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม เวลา 13.00 น. ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนิน เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
นายจักรภพ กล่าวว่า แนวทางของทั้งสองฝ่ายสอดคล้องกัน โดยมองว่าสถานการณ์ขณะนี้แม้เป็นวิกฤต แต่ถือเป็น “โอกาสทอง” ในการแก้ปัญหา ด้วยเหตุผลสำคัญ 2 ประการ
ประการแรก วิกฤตปีนี้เป็นปัญหาเรื่อง “ผลผลิต” ไม่ใช่ “ราคา” ทำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการแป้งมันมีเป้าหมายร่วมกันในการแก้ปัญหา แตกต่างจากวิกฤตราคาที่ผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายอาจอยู่คนละด้าน
ประการที่สอง มันสำปะหลังต้องใช้เวลาปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่สมบูรณ์เฉลี่ยประมาณ 8–12 เดือน หากไม่เริ่มแก้ปัญหาในขณะนี้ จะไม่ทันต่อฤดูเก็บเกี่ยวในปีหน้า และอาจทำให้ประเทศไทยเสียเวลาในการฟื้นฟูผลผลิตไปอีกหนึ่งปีเต็ม
สำหรับแนวทางแก้ปัญหา นายจักรภพ ระบุว่า ขณะนี้มีองค์ความรู้และผลการวิจัยรองรับแล้ว โดยเตรียมนำผลงานวิจัยที่ทีมงานได้รับจากนักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มาผสมผสานกับงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งนายทรงศักดิ์เพิ่งได้รับข้อมูลมาก่อนหน้านี้ รวมถึงงานวิจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาทดลองแก้ปัญหาในพื้นที่จริงในรูปแบบ “Sandbox”
เบื้องต้นทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะใช้จังหวัดนครราชสีมาเป็นพื้นที่นำร่อง เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีปริมาณการผลิตมันสำปะหลังสูงที่สุดของประเทศ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงของมันสำปะหลัง”
แนวทางดำเนินการจะเดินพร้อมกัน 2 ทาง คือ การปรับปรุงและรักษาต้นมันสำปะหลังที่ยังมีโอกาสฟื้นตัวโดยตรง ควบคู่กับการปรับปรุงระบบผลิตท่อนพันธุ์หรือต้นกล้า เพื่อให้เกษตรกรมีท่อนพันธุ์ใหม่ที่ปลอดจากปัญหาโรคระบาด ลดการนำท่อนพันธุ์ติดเชื้อกลับเข้าสู่แปลงปลูก และค่อย ๆ ไล่ปัญหาโรคออกจากพื้นที่เพาะปลูก
“เราจะปรับปรุงที่ต้นมันสำปะหลังโดยตรงทางหนึ่ง และปรับปรุงการผลิตท่อนพันธุ์หรือต้นกล้าอีกทางหนึ่ง เป็น 2 ทางเลือกที่จะใช้ควบคู่กัน เพื่อไล่ปัญหาโรคระบาดให้หมดไปจากไร่ โดยใช้ท่อนพันธุ์ใหม่ พร้อมกับรักษาต้นมันสำปะหลังที่ยังมีโอกาสรอดเอาไว้ในเวลาเดียวกัน” นายจักรภพ กล่าว
นายจักรภพ ระบุว่า เป้าหมายสำคัญคือเร่งให้กระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ทันต่อรอบการผลิตปีหน้า และช่วยให้เกษตรกรสามารถรักษาผลผลิตและรายได้เอาไว้ได้ โดยสถานการณ์ครั้งนี้ถือเป็น “การบริหารงานยามวิกฤตที่ต้องวิ่งแข่งกับเวลา”
พร้อมกันนี้ นายจักรภพขอบคุณทีมงานของนายสมศักดิ์ โดยเฉพาะนายทรงศักดิ์ ที่รับประเด็นและเร่งประสานการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว เพื่อผลักดันแนวทางจากงานวิจัยไปสู่การทดลองในพื้นที่จริง ก่อนขยายผลสู่พื้นที่ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศต่อไป