นายกฯ ออกข้อสั่งการ ครม. ยกระดับคุมเข้มอาวุธปืนทั่วประเทศ ระงับปืนสวัสดิการ-พักออกใบ ป.3 สั่งตรวจใบอนุญาตทั่วประเทศ 30 วัน และตรวจสอบกระสุนสนามยิงปืน พร้อมมอบ “ปกรณ์” ร่างกฎหมายใหม่ ใน 60 วัน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืน เพื่อจัดการการครอบครองปืนผิดกฎหมาย และปืนเถื่อน ซึ่งมีทั้งมาตรการระยะสั้น และระยะยาว โดยเป็นการทำงานแบบบูรณาการของหลายกระทรวงฯ ร่วมกัน โดยมีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และตำรวจเป็นหน่วยงานหลัก เพื่ออุดช่องโหว่ของมาตรการควบคุมไม่ให้อาวุธปืนตกไปอยู่ในมือของผู้ที่ไม่ควรครอบครอง
โดยมีรายละเอียดดังนี้ ระยะเร่งด่วน 1. จะมีการระงับโครงการปืนสวัสดิการใหม่ จนกว่าจะมีมติ ครม. เป็นอย่างอื่น
2.ระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน หรือ ป.3
3. สั่งตรวจสอบใบ ป.3 ทั่วประเทศ โดยให้นายทะเบียนตรวจสอบใบ ป.3 ที่ค้าง และยังไม่มีการซื้อขาย พร้อมรายงานกระทรวงมหาดไทยภายใน 30 วัน
4. เร่งจัดระเบียบใบ ป.4 ให้ผู้ที่ได้รับใบ ป.3 และซื้อปืนแล้ว ดำเนินการขอใบอนุญาตให้มี และใช้ ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันนี้ มิฉะนั้นจะถือว่า มีอาวุธปืนไว้ครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต
5. ตรวจสอบผู้ค้าปืนทั่วประเทศ โดยให้กรมการปกครอง ตรวจสอบยอดจำหน่ายให้สอดคล้องกับใบ ป.3 หากพบไม่ตรงกันให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมให้กรมสรรพากร ตรวจสอบหลักฐานการเสียภาษี
6. ตรวจสอบเครื่องกระสุนของสนามยิงปืน โดยให้กรมการปกครองร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านการกีฬา ตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมาย หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมตรวจสอบหลักฐานการเสียภาษี เนื่องจากพบว่า ต้นเหตุ การกระจายกระสุนปืน ส่วนหนึ่งมาจากสนามบินยิงปืน ครม. จึงเห็นว่า จะต้องเข้าไปตรวจสอบสนามยิงปืนด้วย
7. เร่งปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย โดยให้ฝ่ายปกครอง และตำรวจเร่งดำเนินการ หากพบผู้กระทำความผิดให้ดำเนินคดีอย่างเข้มงวด และเสนอให้ศาลฯ ลงโทษขั้นรุนแรง
ส่วนมาตรการระยะยาวนั้น ประกอบด้วย 1. เร่งปรับปรุงกฎหมายอาวุธปืนให้ทันสมัย โดยให้กระทรวงมหาดไทยเสนอแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติอาวุธปืน นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการอนุญาต และซื้อขายทุกขั้นตอนให้เป็นแบบเรียลไทม์ เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมศุลกากร และกรมสรรพากร ต้องการจัดเก็บอัตลักษณ์อาวุธปืน ควบคุมการค้า และความรับผิดชอบของผู้ค้าปืน รวมถึงเพิ่มโทษผู้กระทำผิดโดยให้เสนอร่างกฎหมายภายใน 60 วัน ซึ่งเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ผู้ดูแลด้านกฎหมาย
2.กำหนดให้ผู้ที่ถือครองใบ ป.4 จะต้องต่ออายุทุก ๆ 3 ปี
3.การเพิ่มความเข้มงวดเครื่องกระสุน ให้ผู้ค้าปืน และสนามยิงปืนตรวจสอบยอดจำหน่ายเทียบกับสินค้าคงคลังเป็นรายวัน
สำหรับเรื่องการเยียวยา ภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ปัจจุบันนั้น ผู้ที่สูญเสียจากเหตุการณ์ยิงภายในสถานศึกษา จ.นนทบุรี จะได้รับเงินเยียวยาจาก 3 แหล่งด้วยกันคือ 1. กองทุนผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี 2. กระทรวงยุติธรรม และ 3.กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการพิจารณาได้อนุมัติไปแล้ว เบื้องต้นสำหรับผู้เสียชีวิต คนละ 1 ล้านบาท รวม 6 คน โดยมีกระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงาน