ครม.ไฟเขียว ‘ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล’อธิบดีกรมทางหลวง ที่เหลืออายุราชการเกือบ 10 ปี ขึ้นเป็น “ปลัดกระทรวงคมนาคม” คนใหม่
มีรายงานว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติตามที่กระทรวงคมนาคม เสนอ แต่งตั้ง นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เป็น ปลัดกระทรวงคมนาคม คนใหม่ แทน นายชยธรรม์ พรหมศร ที่จะเกษียณอายุราชการ 30 ก.ย.นี้
สำหรับ นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปัจจุบันอายุ 50 ปี เหลืออายุราชการถึงปี 2579 เป็นอธิบดีกรมทางหลวงที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยได้รับตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568
ประสบการณ์การทำงาน นายปิยพงษ์ ถือว่า เติบโตมาจากกรมทางหลวงโดยตรง ผลงานสำคัญที่ นายปิยพงษ์ กำลังผลักดันคือ การเร่งรัดก่อสร้าง โครงการมอเตอร์เวย์สายสำคัญ อาทิ บางปะอิน–นครราชสีมา (M6) และ บางขุนเทียน–บ้านแพ้ว (M82) หรือเรียกว่า ทางด่วนพระราม 2 ในตำนาน ซึ่งอยู่ในช่วงท้ายของการก่อสร้าง เพื่อเตรียมเปิดทดลองให้บริการ ซึ่งล้วนอยู่ในกลุ่มโครงข่ายทางหลวงพิเศษที่มีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจและการเดินทางของประเทศ
การศึกษา นายปิยพงษ์ จบปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร (โยธา) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , ปริญญาโท AIT ,ปริญญาเอก อิมพีเรียลคอลเลจ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ด้าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีการเสนอชื่อนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่ โดยยืนยันว่า โครงการต่าง ๆ ของกระทรวงยังคงเดินหน้าต่อไป เนื่องจากนายปิยพงษ์ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงอยู่แล้ว จึงสามารถเข้ามารับช่วงงานต่อได้
ส่วนเหตุผลในการเสนอแต่งตั้ง ซึ่งนายปิยพงษ์จะมีอายุราชการเหลืออีกประมาณ 10 ปี นายพิพัฒน์ระบุว่า การแต่งตั้งพิจารณาตามความเหมาะสม โดยเป็นการเสนอชื่อจากนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคมคนปัจจุบัน ขณะที่ตนเองมีหน้าที่นำเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเท่านั้น
เมื่อถามว่าการแต่งตั้งดังกล่าวเป็นโควต้าของบ้านใหญ่หรือไม่ นายพิพัฒน์ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง และไม่มีเรื่องโควต้าบ้านใหญ่ เพราะนายปิยพงษ์เติบโตในสายงานด้วยความสามารถของตนเอง และขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงในช่วงที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมระบุว่า เมื่อเข้ามารับตำแหน่งต่อ นายปิยพงษ์ก็ทำงานได้ดี
ส่วนตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงที่ว่างลง นายพิพัฒน์กล่าวว่า จะต้องพิจารณาบุคคลที่มีความเหมาะสม โดยจะต้องมีการประกาศและเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาทดสอบเพื่อคัดเลือกต่อไป
นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงความเหมาะสมของนายปิยพงษ์ในการดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมว่า เป็นผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญ โดยกรมทางหลวงถือเป็นหน่วยงานที่มีงบประมาณด้านการก่อสร้างสูงที่สุดของกระทรวง ดังนั้นการนำบุคลากรที่มีประสบการณ์จากกรมทางหลวงมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง จึงสามารถมองภาพรวมของกระทรวงได้ทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะเรื่องถนนหนทาง
เนื่องจากกระทรวงคมนาคมมีภารกิจครอบคลุมทั้งระบบทางราง ทางอากาศ และทางน้ำ ซึ่งต้องบริหารจัดการเป็นองค์รวม พร้อมย้ำว่า การพิจารณาไม่ได้เจาะจงว่าบุคคลใดจะต้องขึ้นมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง แต่เป็นการคัดเลือกจากผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยมีผู้ผ่านคุณสมบัติเข้าสู่กระบวนการพิจารณา 3 คน จากผู้สมัครทั้งหมดประมาณ 14 ถึง 18 คน
ส่วนจะต้องเร่งรัดโครงการใดเป็นพิเศษหรือไม่นั้น นายพิพัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงมีการเร่งดำเนินการทุกงานอยู่แล้ว แต่การพัฒนาโครงการต่าง ๆ จำเป็นต้องมีงบประมาณรองรับ หากเป็นโครงการที่มีงบประมาณผูกพัน ก็จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และในแต่ละปีก็มีการพัฒนางานอยู่แล้ว