ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล Prime Minister’s Thailand Zero Dropout Plus (TZD+) ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี คณะรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ประธานกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ (คกศ.) พร้อมด้วยหน่วยงานองค์กรภาครัฐ เอกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วม
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีและผู้ร่วมงานยืนสงบนิ่งแสดงความอาลัยถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้นรับชมวิดีทัศน์ Thailand Zero Dropout Plus และรับฟังรายงานวัตถุประสงค์และความก้าวหน้าโครงการฯ ก่อนมอบรางวัลแก่หน่วยงานและผู้ที่มีผลงานโดดเด่นในด้านต่าง ๆ รวม 13 รางวัล จาก 5 ประเภท
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล พร้อมชื่นชมความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายจนเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา เพราะเชื่อว่า “ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของชาติ คือศักยภาพของประชาชน” พร้อมย้ำว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วล้วนให้ความสำคัญกับการลงทุนใน “คน” ตั้งแต่การพัฒนาเด็กปฐมวัย การศึกษา การวิจัย การพัฒนาทักษะ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นต้องลงทุนในทุนมนุษย์ทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน พร้อมย้ำว่า เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา ไม่ได้เพียงหลุดจากห้องเรียน แต่กำลังสูญเสียโอกาสสำคัญในชีวิต
“รัฐบาลจึงสนับสนุนนโยบาย Thailand Zero Dropout Plus ไม่ได้มุ่งเพียงนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา แต่ยังมุ่งพัฒนาให้เด็กและเยาวชนมีทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมีคุณภาพ และเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ”
นายกรัฐมนตรียังเปิดเผยว่า จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ส่งผลให้จำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาลดลงจากกว่า 1 ล้านคน เหลือประมาณ 600,000 คน สะท้อนผลสำเร็จของการบูรณาการทำงานอย่างจริงจัง และยืนยันว่าหากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ประเทศไทยสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมได้
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ริเริ่มนโยบาย Thailand Zero Dropout รวมถึงนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ตลอดจนผู้ว่าราชการจังหวัด และทุกหน่วยงานที่ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายจนประสบผลสำเร็จเกิดผลเป็นรูปธรรม
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญของ Thailand Zero Dropout Plus คือการทำงานร่วมกันตั้งแต่ระดับนโยบายถึงระดับพื้นที่ โดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการระดับจังหวัด บูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงาน ค้นหาเด็กเป็นรายบุคคล เชื่อมโยงการช่วยเหลือและติดตามอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดร่วมดูแลเด็กและครอบครัว ทั้งด้านความเป็นอยู่ สุขภาพ สวัสดิการ และการคุ้มครองทางสังคม รวมถึงส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพราะการช่วยให้เด็กคนหนึ่งมีการศึกษา มีทักษะ และมีงานทำ คือการเพิ่มกำลังคนคุณภาพให้ประเทศในระยะยาว
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รางวัลทั้ง 13 รางวัลในครั้งนี้ เป็นทั้งกำลังใจและการยกย่องผู้มีส่วนร่วมสร้างความสำเร็จ แต่ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของภารกิจ เพราะอนาคตของประเทศขึ้นอยู่กับเด็กและเยาวชนทุกคน ซึ่งเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งสังคมที่จะช่วยกันสร้างโอกาส เพื่ออนาคตของประเทศไทยที่เข้มแข็งและยั่งยืน
ผู้ได้รับรางวัล Prime Minister’s Thailand Zero Dropout Plus (TZD+) ประจำปี พ.ศ. 2569
1) รางวัลเกียรติยศเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ ได้แก่ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ริเริ่มและผลักดันโครงการ Thailand Zero Dropout ให้เป็นวาระแห่งชาติ คืนโอกาสและอนาคตให้เด็กและเยาวชนนอกระบบ
2) รางวัลจังหวัดขับเคลื่อน Zero Dropout ได้แก่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดกาญจนบุรี
3) รางวัลองค์กรขับเคลื่อน Zero Dropout ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแดง จังหวัดสงขลา มูลนิธิกระจกเงา และบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
4) รางวัลนวัตกรรมการศึกษายืดหยุ่น (Flexible Learning) ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 กระทรวงยุติธรรม และสมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน
5) รางวัลบุคคลผู้ขับเคลื่อน TZD+ ดีเด่น ได้แก่ นางสาวทองพูล บัวศรี ผู้จัดการโครงการครูข้างถนน มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก นายวิทิต เติมผลบุญ เลขาธิการสมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน และนายวิวัฒน์ วงศ์ภัทรฐิติ กรรมการบริหาร บริษัท ซูเปอร์จิ๋ว จำกัด