“ปิยะรัฐชย์” สั่งตรวจโรงคัดบรรจุทุเรียนเชิงรุก 20 แห่ง พบข้อบกพร่อง 14 แห่ง พร้อมอายัดทุเรียนแช่เยือกแข็งกว่า 2.8 ตัน มูลค่ากว่า 9.6 แสนบาท หลังพบสถานประกอบการไม่มีใบอนุญาตตามมาตรฐานบังคับ
“ปิยะรัฐชย์” เดินหน้าตรวจสอบโรงคัดบรรจุทุเรียนเชิงรุกในจังหวัดจันทบุรี ป้องกันทุเรียนอ่อนและสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเข้าสู่ตลาดส่งออก เผยสุ่มตรวจสถานประกอบการ 20 แห่ง พบข้อบกพร่อง 14 แห่ง สั่งแก้ไข พร้อมอายัดทุเรียนแช่เยือกแข็งกว่า 2.8 ตัน มูลค่ากว่า 9.6 แสนบาท หลังพบโรงงานไม่มีใบอนุญาตตามมาตรฐานบังคับ ย้ำมาตรการเข้มเพื่อปกป้องเกษตรกรและรักษาชื่อเสียงทุเรียนไทยในตลาดโลก
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 6-17 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้สั่งการให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงคัดบรรจุทุเรียนเชิงรุกในจังหวัดจันทบุรี เพื่อป้องกันทุเรียนอ่อนและสินค้าไม่ได้มาตรฐานเข้าสู่ตลาดส่งออก
ผลการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้สุ่มตรวจสถานประกอบการแล้ว 20 แห่ง พบสถานประกอบการ 14 แห่งมีข้อบกพร่อง จึงแจ้งให้ผู้ประกอบการดำเนินการแก้ไข พร้อมส่งเอกสารประกอบการขอรับรองตามมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ.9046-2560 ภายในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบสถานประกอบการอีก 1 แห่งไม่มีใบอนุญาตเป็นผู้ผลิตสินค้าทุเรียนเยือกแข็งตามมาตรฐานบังคับ มกษ.9046-2560 จึงดำเนินการอายัดทุเรียนแช่เยือกแข็งกว่า 2.8 ตัน มูลค่ากว่า 9.6 แสนบาท พร้อมเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ และดำเนินการตามกฎหมายกับเจ้าของโรงงานต่อไป
นางสาวปิยะรัฐชย์กล่าวว่า การตรวจสอบและบังคับใช้มาตรการอย่างเข้มงวดไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อสร้างภาระให้กับเกษตรกร แต่เป็นการปกป้องเกษตรกรส่วนใหญ่ที่รักษาคุณภาพสินค้าอย่างซื่อสัตย์ รวมถึงรักษาชื่อเสียงของทุเรียนไทยในตลาดโลก
“เมื่อมาตรฐานเข้มแข็ง เกษตรกรจะได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรม ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่น และสินค้าเกษตรไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน” นางสาวปิยะรัฐชย์กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเดินหน้ายกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไทย ควบคู่กับการปราบปรามสินค้าไม่ได้มาตรฐาน เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและคู่ค้าทั่วโลก และสร้างความมั่นใจว่าทุเรียนไทยยังคงมีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในตลาดสากล
