พม. จับมือ 14 กระทรวง ปฏิรูประบบสวัสดิการรัฐผุด "Single Social Registry" รวมฐานข้อมูลดิจิทัลระบบเดียว ทลายปัญหาข้อมูลซ้ำซ้อน-กระจายตัวชูเป้าหมายวิเคราะห์สิทธิ์แม่นยำดูแลคนไทยทุกช่วงวัยและกลุ่มเปราะบาง
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมุ่งมั่นยกระดับระบบสวัสดิการสังคมของประเทศให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง ล่าสุดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐรวม 14 กระทรวง เดินหน้าจัดทำ "ฐานข้อมูลสวัสดิการสังคมกลางของประเทศ" (Single Social Registry) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลด้านสิทธิและสวัสดิการของประชาชนเข้าสู่ระบบกลาง รื้อระบบการให้ความช่วยเหลือแบบแยกส่วนในอดีต มุ่งสู่การจัดสวัสดิการที่แม่นยำและครอบคลุม
โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวง พม. ได้เป็นประธานเปิดโครงการขับเคลื่อนระบบสวัสดิการสังคมทุกช่วงวัย เพื่อสร้างโอกาสให้คนไทยอยู่ดี ซึ่งการขับเคลื่อนโครงสร้างฐานข้อมูลดิจิทัลร่วมกันในครั้งนี้ จะเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิรูประบบบริหารจัดการสวัสดิการภาครัฐให้เป็นภาพเดียวกันทั้งประเทศ
ปัจจุบัน การจัดสรรสวัสดิการของภาครัฐยังประสบปัญหาข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงานต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดความซ้ำซ้อนในฐานข้อมูล และมีข้อจำกัดในการเชื่องโยงเพื่อตรวจสอบสิทธิ์ การพัฒนาแพลตฟอร์ม Single Social Registry จึงเป็นกลไกสำคัญในการรวบรวมและบิ๊กดาต้าสวัสดิการทั้งหมดให้เป็นระบบเดียวกัน
การบูรณาการในลักษณะนี้ จะช่วยให้ภาครัฐสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์เชิงลึกและกำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชนได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย (Targeted สวัสดิการ) มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความซ้ำซ้อนซับซ้อนในการดำเนินงานของข้าราชการ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินไม่ให้รั่วไหลหรือทับซ้อนกันเอง
"รัฐบาลมุ่งยกระดับระบบสวัสดิการจากการให้ความช่วยเหลือแบบแยกกระทรวง ไปสู่การใช้ข้อมูลแชร์ร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับสิทธิและสวัสดิการที่เหมาะสมตามสภาพปัญหาและความจำเป็นของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นเด็กปฐมวัย วัยเรียน วัยแรงงาน ครอบครัว ผู้สูงอายุ หรือกลุ่มเปราะบาง โดยจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังอีกต่อไป" ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว
สำหรับการขับเคลื่อนฐานข้อมูลสวัสดิการสังคมกลาง (Single Social Registry) ได้รับความร่วมมือจากยุทธศาสตร์อภิโปรเจกต์ของ 14 กระทรวงและหน่วยงานหลัก ประกอบด้วย:
-
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
-
สำนักนายกรัฐมนตรี, กระทรวงการคลัง, กระทรวงมหาดไทย
-
กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
-
กระทรวงแรงงาน, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงศึกษาธิการ
-
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
-
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี), กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงวัฒนธรรม
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ฐานข้อมูลกลางนี้จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำคัญของประเทศไทยในการพัฒนาระบบสวัสดิการในระยะยาว ช่วยลดโอกาสที่ผู้มีสิทธิ์ตัวจริงจะตกหล่นจากระบบการช่วยเหลือ นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสทางสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน