นายกฯ คิกออฟ 'ไทยช่วยไทยพลัส ฟู้ดเดลิเวอรี' กระตุ้นใช้จ่าย 

นายกฯ คิกออฟ 'ไทยช่วยไทยพลัส ฟู้ดเดลิเวอรี' กระตุ้นใช้จ่าย 
นายกฯ คิกออฟ 'ไทยช่วยไทยพลัส ฟู้ดเดลิเวอรี' ชูความสำเร็จ ดันยอดขายพุ่ง 5 – 10 เท่า  เผย เงินกู้ตาม พ.ร.ก. 4 แสนล้าน รัฐบาลกูัในประเทศ ในสกุลเงินบาท ดอกเบี้ย 1.2% ต่อปี ยันไม่มีการออกนโยบายเป็นภาระปชช.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform)  โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าในการกู้เงินตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯวงเงิน 4 แสนล้านบาท ของรัฐบาลได้รับความร่วมมือจากกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ ในการจัดหาแหล่งเงินทุนสำหรับโครงการ แม้จะเป็นการกู้เงิน แต่เป็นจะการกู้เงินในรูปแบบเงินบาททั้งหมด จึงไม่มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน
นอกจากนั้นประเด็นสำคัญคือความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน จากเดิมก่อนที่จะมีการออกพ.ร.ก.เงินกู้กระทรวงการคลังได้รายงานว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ไม่เกิน 3% ต่อปี แต่ด้วยสภาพคล่องและเงินฝากจำนวนมากในระบบ รัฐบาลสามารถบริหารจนได้เงินกู้ที่อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยเพียง  1.2 % ต่อปีเท่านั้น และรัฐบาลมีหน้าที่ในการชำระคืนเงินกู้และดอกเบี้ยส่วนนี้โดยไม่จำเป็นต้องมีการออกมาตรการเพิ่มเติมที่จะเป็นภาระของประชาชน

“ยืนยันว่าอัตราดอกเบี้ยและเงินต้นที่กู้มานี้ ไม่ใช่ภาระของพี่น้องประชาชน โดยรัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบในการชำระคืนทั้งหมด พวกผมรัฐบาลมีหน้าที่ต้องไปชำระดอกเบี้ยและผ่อนจ่ายเงินกู้ด้วยตัวรัฐบาลเอง ไม่มีการออกมาตรการใดๆ ที่จะเพิ่มต้นทุนการดำรงชีวิตของประชาชน" นายอนุทิน กล่าว 

นายอนุทินกล่าวต่อว่ายุทธศาสตร์สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานรากและยกระดับเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการไทย โดยรัฐบาลได้ร่วมมือกับหน่วยงานในสังกัดและผู้ประกอบการภาคเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มเครือข่ายเดลิเวอรีได้แก่ Line Man, Grab Food, Robinhood และ Shoppee เพื่ออำนวยความสะดวกในการจับจ่ายและกระจายสินค้าสู่ประชาชน 

โครงการนี้ใช้โมเดลการร่วมจ่ายแบบวิน-วิน โดย รัฐบาลสนับสนุน 60% และประชาชนจ่ายเพียง 40% ซึ่งช่วยให้ประชาชนซื้อสินค้าได้ถูกลงและผู้ขายขายได้มากขึ้น โดยผลจากการดำเนินโครงการพบว่า ผู้ประกอบการมียอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 5 เท่า และในกลุ่มสินค้าที่มีมาตรฐานโดดเด่นสามารถทำยอดขายพุ่งสูงถึง 9-10 เท่า รัฐบาลคาดการณ์ว่าเมื่อจบโครงการ ผู้ประกอบการจะมีการปรับฐานรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่า อย่างยั่งยืน จากการเข้าถึงช่องทางขายใหม่ๆ และการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการเพิ่มขนาดกิจการ

นายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่สหรัฐอเมริกากับอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิง และจะลงนามวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ว่า คิดว่าประเทศไทยปรับตัวกับปัจจัยภายนอกเรื่องห่วงโซ่อุปทานต่าง ๆ มาเป็นอย่างดี กรณีที่วันนี้อาจจะมีเรื่องการบรรลุข้อตกลงในแถบตะวันออกกลาง ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเป็นปัจจัยบวก ซึ่งจะทำให้วิกฤตต่าง ๆ ได้คลี่คลาย 
      
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยไม่ได้แก้ไขสถานการณ์รายวัน แต่เป็นการแก้ไขสถานการณ์จากยุทธศาสตร์ที่ได้วางไว้ในการรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ใช่เฉพาะสถานการณ์ตะวันออกกลางแต่เป็นสถานการณ์ทั่วโลก

TAGS: #ไทยช่วยไทยพลัส #ฟู้ดเดลิเวอรี #อนุทิน #เงินกู้