สคบ. นัด 12 มิ.ย. เรียก 13 แอปฯ เรียกรถสังคายนาทั้งระบบ หลังเคสคนขับทำร้าย นทท.ญี่ปุ่น ลั่นต้องมีใบขับขี่สาธารณะ-คุมค่า GP พร้อมเผยพรุ่งนี้ชงบอร์ดใหญ่ฟ้อง "รถ EV แบรนด์ดัง" 500 เคส ยันไม่ไกล่เกลี่ย
น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีคนขับแอปพลิเคชันชื่อดังทำร้ายร่างกายนนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ย่านอโศก โดยชี้ว่าเหตุการณ์นี้เข้าข่ายละเมิดสิทธิผู้บริโภคอย่างร้ายแรง แม้ทางแพลตฟอร์มจะจ่ายค่าเยียวยาเบื้องต้น 35,000 บาทแล้ว แต่ในส่วนของคดีอาญายังคงต้องดำเนินคดีในชั้นศาลต่อไป
ทั้งนี้ สคบ. เตรียมมาตรการเชิงรุกเพื่อ "สังคายนา" ระบบแอปพลิเคชันขนส่งและบริการออนไลน์ทั้งระบบ โดยในวันพรุ่งนี้ (5 มิ.ย.) จะเรียกแอปพลิเคชันต้นเรื่องเข้ามาสอบสวน และในวันที่ 12 มิถุนายน 2569 จะเรียกอีก 13 แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ทั่วประเทศเข้ามาหารือร่วมกัน
น.ส.ศุภมาส ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายอายุเพียง 23 ปี และไม่มีใบขับขี่สาธารณะ จึงต้องกลับมาทบทวนเกณฑ์อายุและวุฒิภาวะของผู้ขับขี่รถสาธารณะอย่างเข้มงวด โดยระบุว่า “อายุ 20 ปี อาจจะขับรถมีใบขับขี่ส่วนตัวได้ รถชนตายเองคนเดียวจบ แต่สำหรับใบขับขี่สาธารณะ จะต้องดูความเหมาะสมในการที่จะมารับผิดชอบชีวิตของผู้โดยสารด้วย”
หลังจากนี้ สคบ. จะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำ “แบล็กลิสต์” คนขับ และกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน หากแพลตฟอร์มใดปล่อยปละละเลยให้เกิดการกระทำความผิดซ้ำซาก จะต้องถูกลงโทษตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด นอกจากนี้จะมีการเข้าไปควบคุมส่วนต่างค่าโดยสาร รวมถึงอาจพิจารณาลดค่า GP (Gross Profit) ของแพลตฟอร์มลง เพื่อไม่ให้หน้าเลือดกับประชาชนและช่วยลดค่าครองชีพ
นอกจากประเด็นแอปพลิเคชันเรียกรถแล้ว น.ส.ศุภมาส เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ด สคบ. ชุดใหญ่ วันพรุ่งนี้ (5 มิ.ย.) จะมีการพิจารณาเคสร้องเรียนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยี่ห้อดัง ที่มีปัญหามากกว่า 500 เคส โดยยืนยันว่า สคบ. จะเดินหน้าฟ้องร้องแทนผู้บริโภคทันทีและจะไม่มีการไกลเกลี่ยอีกต่อไป เนื่องจากผู้เสียหายหลายรายไม่ต้องการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ แต่ต้องการเงินคืนเต็มจำนวน ซึ่ง สคบ. จะเรียกร้องความเป็นธรรมให้ถึงที่สุด