"เสรีพิศุทธ์" บุกบุรีรัมย์ โผล่หน้าบ้าน "เนวิน" แซว “ใหญ่กว่าดิสนีย์แลนด์” ก่อนควง"ทนายอั๋น" หอบหลักฐานแจ้งความ "บุกรุก" ที่ดินเขากระโดง เตรียมเข้าพบ "อนุทิน" จี้รับผิดชอบตามคดี
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินการตามกฎหมายกรณีข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับผู้ถือครองเอกสารสิทธิในพื้นที่จำนวนมาก
ต่อมา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พร้อมคณะ เดินทางไปยังบ้านพักนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในพื้นที่ตำบลอิสาณ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีสื่อมวลชนหลายสำนักร่วมติดตามการลงพื้นที่ จากการสังเกตการณ์พบว่า บริเวณปากทางเข้าบ้านพักมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอยู่ตลอดเวลา พร้อมควบคุมการเข้า-ออกอย่างเข้มงวด และไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปภายในพื้นที่บ้านพัก ขณะที่คณะของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้อยู่เพียงบริเวณด้านหน้าทางเข้าบ้านพักเท่านั้น ไม่มีการเข้าไปภายใน ซึ่งรายงานข่าวระบุว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวไม่พบนายเนวิน อยู่ภายในบ้านพัก
ทั้งนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะที่ยังอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า "จากนี้จะไปหาคุณอนุทินที่ทำเนียบให้รับผิดชอบ ไม่ทำก็ละเว้น มาดูสถานที่จริงแล้ว“ใหญ่กว่าดิสนีย์แลนด์”เสียอีก"
โดยในคลิปวิดีโอ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า หลังจากนี้ ตนจะไปหานายอนุทิน ที่ทำเนียบฯ ค่ดว่าจะเป็นวันอังคารที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อแจ้งให้ทราบว่าตนได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว ในฐานะที่นายอนุทิน กำกับดูแลตำรวจ ต้องไปติดตาม หากไม่ติดตามถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

จากนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พร้อมคณะ ได้เดินทางออกจากบริเวณหน้าบ้านพัก มุ่งหน้าไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อยื่นเรื่องร้องทุกข์และข้อมูลประกอบการดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน ในข้อหา” บุกรุก “โดยมี นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น เดินทางมาสมทบร่วมติดตามการดำเนินการในครั้งนี้ด้วย เมื่อเดินทางมาถึงได้ใช้ห้องประชุมของตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์เป็นสถานที่หารือและยื่นข้อมูลประกอบคำร้องทุกข์ โดยมี พ.ต.อ.รักเกียรติ แย้มบางยาง ผู้กำกับการ (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์ ให้การต้อนรับและรับเรื่องตามขั้นตอนของกฎหมาย
สำหรับกรณีที่ดินเขากระโดง เป็นข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ประมาณ 5,083 ไร่ ครอบคลุมเอกสารสิทธิและการถือครองมากกว่า 900 แปลง ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทยยืนยันว่าเป็นที่ดินของรัฐ ขณะที่ผู้ถือครองที่ดินจำนวนมากยังคงยืนยันสิทธิตามเอกสารสิทธิที่ได้รับ ทำให้เกิดข้อพิพาทและการดำเนินคดีต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน การลงพื้นที่ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นการติดตามให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองและใช้ประโยชน์ในพื้นที่พิพาท ซึ่งหลายฝ่ายกำลังรอดูว่าหลังจากการยื่นร้องทุกข์ในวันนี้ จะมีความคืบหน้าทางคดีและการบังคับใช้กฎหมายอย่างไรต่อไป