ไข้หวัดใหญ่สะสมปี 69 พุ่ง 1.7 แสนราย ดับแล้ว 16 ราย ชี้ "สายพันธุ์ B" ระบาดหนักสุด โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก 0-14 ปี อัตราป่วยสูงสุด กรมควบคุมโรคหวั่นเข้าฤดูฝนยอดผู้ติดเชื้อจะทะยานสูงขึ้นอีก
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยกระดับการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่ หลังตัวเลขผู้ป่วยสะสมปี 2569 ทะลุ 1.7 แสนราย ชี้ชัด "สายพันธุ์ B" ครองแชมป์ระบาดหนักสุด ขณะที่กลุ่มเด็กเล็ก 0-9 ปี น่าเป็นห่วงติดเชื้อสูงสุด คาดการณ์เข้าสู่ฤดูฝนจำนวนผู้ป่วยพุ่งสูงขึ้นตามฤดูกาล ย้ำสถานศึกษาและแหล่งชุมชนเข้มมาตรการสุขอนามัย พร้อมวอนกลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีนป้องกันด่วน
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยข้อมูลล่าสุดจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 พบสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยที่น่าสนใจดังนี้:
-
จำนวนผู้ป่วยสะสม: 171,731 ราย
-
จำนวนผู้เสียชีวิต: 16 ราย
-
สายพันธุ์ที่พบมากที่สุด: เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B
-
กลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยสูงที่สุด 3 ลำดับแรก:
-
กลุ่มอายุ 5–9 ปี (วัยประถมศึกษา)
-
กลุ่มอายุ 0–4 ปี (วัยเด็กเล็ก)
-
กลุ่มอายุ 10–14 ปี (วัยเด็กโต)
-
ข้อสังเกตจากระบาดวิทยา: แม้ภาพรวมของประเทศผู้ป่วยจะมีแนวโน้มลดลงต่ำกว่าปีที่ผ่านมา แต่เมื่อเปรียบเทียบกับ ค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง พบว่าจำนวนผู้ป่วยในปัจจุบันยังคงสูงกว่าเกณฑ์ปกติอย่างมีนัยสำคัญ
นพ.มณเฑียร กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันเริ่มพบสัญญาณการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่กระจายในหลายพื้นที่แล้ว จึงคาดการณ์ได้ว่าจำนวนผู้ป่วยจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเข้าสู่ "ฤดูฝน" ซึ่งเป็นฤดูกาลระบาดประจำปี
เนื่องจากเชื้อไวรัสชนิดนี้แพร่กระจายได้ง่ายมากผ่านการไอ จาม หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย โดยสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูงคือแหล่งที่มีคนรวมตัวกันหนาแน่น ได้แก่ สถานศึกษา สถานที่ทำงาน และระบบขนส่งสาธารณะ
| อาการสำคัญของโรคไข้หวัดใหญ่ | กลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน (ปอดอักเสบ) |
|---|---|
|
• มีไข้สูงเฉียบพลัน • มีอาการไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล • ปวดเมื่อยตามร่างกาย และมีอาการอ่อนเพลีย |
• เด็กเล็ก และผู้สูงอายุ • หญิงตั้งครรภ์ • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง |
ด้าน นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ให้คำแนะนำแก่ประชาชนเพื่อเตรียมรับมือกับการระบาด โดยขอให้ยึดหลักสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด 5 ข้อ ดังนี้:
-
สวมหน้ากากอนามัย: ทุกครั้งเมื่อต้องเข้าไปในสถานที่แออัด หรือเมื่อตนเองเริ่มมีอาการป่วย
-
ล้างมือบ่อย ๆ: ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลฆ่าเชื้อเพื่อลดความเสี่ยงจากการสัมผัส
-
เว้นระยะห่าง: หลีกเลี่ยงการคลุกคลี หรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการระบบทางเดินหายใจ
-
หยุดพักรักษาตัว: หากมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ควรหยุดเรียนหรือหยุดงานทันที เพื่อกักตัวและลดการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น
-
ฉีดวัคซีนประจำปี: เน้นย้ำให้กลุ่มเสี่ยงเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและลดความรุนแรงของโรค