ไทย–ฝรั่งเศสกระชับสัมพันธ์ “มาครง–อนุทิน” หารือการค้า FTA ความมั่นคงไซเบอร์

ไทย–ฝรั่งเศสกระชับสัมพันธ์ “มาครง–อนุทิน” หารือการค้า FTA ความมั่นคงไซเบอร์
นายกฯ หารือ ปธน. ฝรั่งเศส เดินหน้ายกระดับความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศสสู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ขยายความร่วมมือเศรษฐกิจ–ความมั่นคง ความมั่นคงไซเบอร์ พร้อมผลักดัน FTA ไทย–สหภาพยุโรป 

ที่ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส (Palais de l’Elysée) กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส นายเอมานูว์แอล มาครง (H.E. Mr. Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ด้วยบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมหารือประเด็นสำคัญได้แก่

1. การส่งเสริมการค้าและการลงทุน ทั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสและนายกรัฐมนตรีเห็นพ้องร่วมกันผลักดันมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้เติบโตยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมมูลค่าสูง อาทิ  พลังงานทางเลือก อวกาศและการบิน  สายส่งไฟฟ้าอัฉริยะ รวมไปภึงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI  DATA Center ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ภาคเอกชนฝรั่งเศสมีความเชี่ยวชาญและศักยภาพสูง ซึ่งภายหลังการหารือกับ MEDEF International และภาคเอกชนชั้นนำของฝรั่งเศส หลายบริษัทแสดงความสนใจลงทุนหรือขยายการลงทุนในไทยเพิ่มเติม ขณะเดียวกันฝรั่งเศสชื่นชมการลงทุนจากภาคเอกชนไทยในฝรั่งเศส และอยากเห็นการลงทุนของภาคเอกชนไทยในฝรั่งเศสเพิ่มมากขึ้น

2. การเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย – สหภาพยุโรป (Thailand-EU FTA) เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลไทย และมุ่งมั่นจะสรุปการเจรจาให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ โดยนายกรัฐมนตรีขอบคุณฝรั่งเศสที่สนับสนุนกระบวนการเจรจามาอย่างต่อเนื่อง เชื่อมั่นว่าความตกลงฉบับนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับทั้งสองประเทศ 

3. ยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง สู่ความปลอดภัยทางไซเบอร์   จากการที่ทั้งสองฝายเป็นส่วนหนึ่งของการฝึก คอบร้าโกลด์ (Cobra Gold)  จะมีการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงและความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลที่แสวงหาความร่วมมือทั่วโลกในการปราบปรามแสกรมเมอร์และภัยออนไลน์  ประสบผลสามารถดำเนินคดีส่งกลับผู้ตัวผู้ต้องหา รวมทั้งจับหารยึดทรัพย์สินผิดกฏหมายได้เป็นจำนวนมาก 

4. สถานการณ์ไทย-กัมพูชา และเมียนมา นายกรัฐมนตรียืนยันไทยยึดมั่นเคารพในหลักอธิปไตยสันติภาพ และกฏหมายสากล การตัดสินใจยกเลิก MOU 44 เนื่องจากตลอดระยะเวลาเกือบ 25 ปี ไม่มีความคืบหน้า ไทยจึงเลือกที่จะใช้กฏหมายสากล คือ UNCLOS  ภายใต้การพูดคุยของสองประเทศ สำหรับปัญหาชายแดนทางบก ก็จะยึดการดำเนินการตาม joint statement ที่ได้มีการลงนามปลายปีที่ผ่านมา และต้องพิสูจน์ความจริงใจของฝ่ายกัมพูชาด้วย  

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนไทย-ฝรั่งเศส ปี ค.ศ. 2026-2028 (Joint Action Plan to strengthen the Thai-French Partnership 2026-2028) ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่การยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-ฝรั่งเศส สู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ 

อนึ่ง ผู้เข้าร่วมฝ่ายฝรั่งเศส ได้แก่ Jean-Noël Barrot รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุโรปและการต่างประเทศ, Éléonore Caroit รัฐมนตรีช่วยว่าการด้านประชาคมภาษาฝรั่งเศสและความเป็นหุ้นส่วนระหว่างประเทศ, Benoît Guidée อธิบดีกรมเอเชียและโอเชียเนีย, Jean-Claude Poimboeuf เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย, Emmanuel Bonne ที่ปรึกษาด้านการทูตประจำประธานาธิบดีฝรั่งเศส, Julie Le Saos ที่ปรึกษาด้านกิจการเอเชีย, Jean-Noël Ladois ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารระหว่างประเทศ, Victoire Vandeville ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และ General Vincent Giraud ที่ปรึกษาด้านการทหารประจำประธานาธิบดีฝรั่งเศส

 

TAGS: #อนุทิน #ฝรั่งเศส #FTA #ความมั่นคงไซเบอร์