คนขับรถไฟรับแล้ว เสพยาบ้า-กัญชาเป็นประจำ ครั้งละหลายเม็ด

คนขับรถไฟรับแล้ว เสพยาบ้า-กัญชาเป็นประจำ ครั้งละหลายเม็ด
ตำรวจ พร้อม เป็นเจ้าภาพ ยกเครื่องระบบป้องกันจุดตัดทางรถไฟ หลังเกิดเหตุ รถไฟชนรถเมล์  เร่งสืบสวนดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทุกคน ด้าน ผบก.น.1 เผย คนขับรถไฟรับแล้ว เสพยาบ้า-กัญชาเป็นประจำ ครั้งละหลายเม็ด

ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.)  พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุถึงความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง โดยขณะนี้ทุกหน่วยงานกำลังให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ขณะที่การดำเนินคดีได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ขับขี่รถไฟ และเจ้าหน้าที่ควบคุมไม้กั้นรถไฟที่ถูกดำเนินคดีไปแล้วรวม 2 ราย ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ขับขี่รถโดยสารประจำทางเพิ่มเติม

ในส่วนของคดีอาญา จากการตรวจพบสารเสพติดในพนักงานขับรถไฟนั้น ทางตำรวจจะสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อไป หากทราบประเด็นที่มาและความเกี่ยวข้อง จะทำการสืบสวนข้อมูลย้อนหลังเพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏ และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

“จะตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างละเอียดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานต้นสังกัดของพนักงานขับรถไฟ นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมเป็นเจ้าภาพในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรุงเทพมหานคร การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกัน อาจมีการยกระดับความปลอดภัยในจุดตัดผ่านทางรถไฟ ยืนยันว่าจะไม่ให้เป็นเพียงอุบัติเหตุ และไม่ใช่เพียงการดำเนินคดีเท่านั้น แต่จะต้องนำไปสู่การจัดการเชิงป้องกันและการเยียวยาในระดับประเทศ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเป็นเจ้าภาพในการหารือเรื่องระบบ ทั้งด้านวิศวกรรม การจราจร การป้องกันเหตุ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก และหากมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่าเป็นการกระทำหรือละเว้นการกระทำ ทั้งที่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติแต่ไม่ปฏิบัติตาม จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด” พล.ต.ท. ไตรรงค์ กล่าว

ด้าน สำหรับความคืบหน้าคดี ที่ สน.มักกะสัน พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 เปิดเผยหลังประชุมคดีรถไฟชนรถเมล์ว่า ที่ประชุมตั้งคณะทำงานสอบสวนสืบสวนแบ่งหน้าที่การทำงานกัน เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหากับคนขับรถเมล์แล้ว ในความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย บาดเจ็บ บาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย

ส่วนคนขับรถไฟและคนโบกธงให้สัญญาณ แจ้งข้อหากระทำการประมาทเป็นเหตุใดผู้อื่นถึงแก่ความตาย บาดเจ็บ บาดเจ็บสาหัส ซึ่งคนขับรถไฟกับคนโบกธงให้สัญญาณให้การขัดแย้งกัน คนโบกธงให้สัญญาณยืนยันว่ามีการโบกธงให้สัญญาณแล้ว แต่คนขับรถไฟให้การว่าคนโบกธงไม่ได้ให้สัญญาณ ถือว่าเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา

พล.ต.ต.วรศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากนี้คณะทำงานจะแบ่งความรับผิดชอบกัน โดยจะตรวจสอบทุกจุดตัดแยกที่รถไฟขบวนดังกล่าววิ่งผ่าน เพื่อตรวจสอบว่ามีการใช้ความเร็วขณะผ่านแยกกี่กิโลเมตรต่อชั่วโมง รวมทั้งตรวจสอบว่าคนโบกธงให้สัญญาณในแต่ละจุดตัดแยก มีการให้สัญญาณชัดเจนหรือไม่ ตอนนี้ทางคณะทำงานส่งหนังสือไปที่ผู้ว่าการการรถไฟแห่ประเทศไทย เพื่อขอเข้าไปจำลองเหตุการณ์ เพื่อดูมุมมองการขับรถ ก่อนจะเรียกผู้เชี่ยวชาญมาให้ข้อมูล และขอเอกสารจากกล่องดำ

พร้อมทั้งเรียกนิติกรของการรถไฟมาสอบถามว่า ใช้ระเบียบหรือมาตรฐานอะไรในการออกระเบียบการเดินรถ อนุญาตให้บุคคลขับรถไฟเนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีพนักงานคนขับรถไฟคนใดมีใบอนุญาตขับขี่

“คนขับรถไฟอ้างว่าเสพยาบ้าและกัญชาเป็นประจำ ครั้งละหลายเม็ด เสพครั้งล่าสุด 10 วันก่อนเกิดเหตุ แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ แล้วจากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติดเมื่อปี 2562 ในพื้นที่ สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช” พล.ต.ต.วรศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ ตำรวจเตรียม บูรณาการกับ หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบังคับใช้กฎหมายตรงจุดห้ามหยุดรถ เพื่อเป็นการป้องกันเกิดอุบัติเหตุซ้ำ
 

TAGS: #รถไฟชนรถเมล์ #ยาบ้า #บาเสพติด #อุบัติเหตุ