กทม.เดินหน้าปรับ “ผังเมืองรวมใหม่” ครั้งใหญ่ในรอบกว่า 13 ปี เตรียมเปิดรับคำร้อง มิ.ย.นี้ ลดถนนเวนคืน เพิ่มพื้นที่สีเขียว รองรับรถไฟฟ้า-รับมือโลกร้อน คาดเริ่มใช้ปี 2570
กรุงเทพมหานครเดินหน้าปรับปรุงผังเมืองรวมฉบับใหม่ เตรียมเปิดรับยื่นคำร้องเดือนมิถุนายน 2569 ก่อนประกาศใช้ภายในปี 2570 เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเมือง ทั้งการขยายตัวของระบบราง สังคมผู้สูงอายุ และปัญหาสภาพภูมิอากาศ
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้บริหารสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง ร่วมแถลงความคืบหน้าการจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ซึ่งจะใช้แทนผังเมืองรวมฉบับปี 2556 ที่บังคับใช้มานานกว่า 13 ปี
นายวิศณุเปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้นำข้อเสนอจากประชาชนกว่า 15,000 ความคิดเห็น มาปรับปรุงร่างผังเมืองให้สอดคล้องกับสภาพการใช้พื้นที่จริง โดยมีสาระสำคัญหลายด้าน อาทิ การกำหนดพื้นที่เว้นว่างตามแนวรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน รวมถึงพื้นที่สถานีมักกะสันและสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ให้เป็นไปตามกฎหมายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
นอกจากนี้ ยังมีการยกระดับพื้นที่พาณิชยกรรมสีแดง พ.8 รอบสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และมักกะสัน เพื่อรองรับศักยภาพการพัฒนาในอนาคต ขณะเดียวกันได้ปรับประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินในบางพื้นที่ให้เหมาะสมกับสภาพจริง เช่น ปรับพื้นที่ชายทะเลบางขุนเทียนเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ก.1 เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติและป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง รวมถึงปรับลดพื้นที่พาณิชยกรรมบางส่วนในเขตวัฒนา กลับเป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก หรือ ย.15 ตามข้อเสนอของประชาชนในพื้นที่
ด้านโครงข่ายคมนาคม กรุงเทพมหานครได้ยกเลิกถนนโครงการ 52 สาย จากเดิม 148 สาย เหลือ 96 สาย เพื่อลดผลกระทบจากการเวนคืนที่ดิน โดยยกเลิกถนนโครงการทั้งหมดในเขตพญาไท จตุจักร และวัฒนา รวมถึงบางส่วนในเขตดินแดง พร้อมกันนี้ยังยกเลิกพื้นที่พักน้ำประเภท น.4 จำนวน 5 แห่ง ตามคำร้องของเจ้าของที่ดิน
สำหรับขั้นตอนต่อไป กรุงเทพมหานครเตรียมเปิดปิดประกาศร่างผังเมืองพร้อมข้อกำหนดเป็นเวลา 90 วัน ภายในเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบรายละเอียดและยื่นคำร้องขอแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อกำหนดต่าง ๆ ได้ ทั้งผ่านสำนักงานเขต สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง ทางไปรษณีย์ และระบบออนไลน์ โดยคาดว่าจะสามารถประกาศใช้ผังเมืองรวมฉบับใหม่ได้ภายในปี 2570
นายวิศณุยอมรับว่า การปรับปรุงผังเมืองต้องใช้เวลา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ แต่กรุงเทพมหานครจะเร่งดำเนินการในส่วนที่สามารถทำได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะสูงสุด พร้อมเดินหน้ามาตรการรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการเพิ่มพื้นที่สีเขียว พื้นที่ซึมน้ำ และบึงพักน้ำ เพื่อช่วยลดปัญหาน้ำท่วมในอนาคต
ทั้งนี้ รองผู้ว่าฯ กทม. ย้ำว่า การวางผังเมืองใหม่มุ่งตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพฯ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่ง โดยเฉพาะการขยายเส้นทางรถไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินและยกระดับศักยภาพของเมืองในระยะยาว พร้อมยืนยันว่ากรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ส่วนกรณีเสียงคัดค้านโครงการถนนในผังเมือง นายวิศณุชี้แจงว่า กรุงเทพมหานครไม่ได้มุ่งเน้นการเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างถนนเป็นหลัก แต่เป็นการกำหนดแนวพื้นที่ล่วงหน้า เพื่อรองรับการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในอนาคตอย่างเป็นระบบ
สำหรับประเด็นทางการเมือง นายวิศณุกล่าวว่า ยังไม่ทราบว่านายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งอีกสมัยหรือไม่ โดยขณะนี้ยังคงเดินหน้าทำนโยบายที่มีอยู่ต่อไป ทั้งนี้ นายชัชชาติจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจะส่งผลให้ทีมผู้บริหารพ้นจากตำแหน่งพร้อมกันด้วย