รัฐบาลตั้งบอร์ดกลั่นกรอง พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน แก้วิกฤตพลังงาน "ปลัดคลัง"นั่งประธาน 

รัฐบาลตั้งบอร์ดกลั่นกรอง พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน แก้วิกฤตพลังงาน
รัฐบาลตั้งบอร์ดกลั่นกรอง พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน แก้วิกฤตพลังงาน "ปลัดคลัง"นั่งประธาน "สภาพัฒน์ - สำนักงบฯ – สศค." นั่งกรรมการ  ชูเกณฑ์ “5T” เน้นโปร่งใส-เยียวยาตรงกลุ่มเป้าหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่าภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ... วงเงิน 4 แสนล้านบาท  
 
ขั้นตอนต่อไปกระทรวงการคลังจะดำเนินการตามมติ ครม.ในการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ฯ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้มีการกลั่นกรองโครงการที่เสนอขอใช้เงินกู้ และสามารถกำกับดูแลการดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการที่ใช้เงินกู้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และตอบโจทย์ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ โดยการดำเนินการในขั้นตอนการเสนอโครงการ และตรวจสอบกลั่นกรองโครงการต่างๆต้องมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
 
สำหรับองค์ประกอบของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ฯตามมติ ครม.ประกอบไปด้วย ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ  และมีกรรมการทั้งจากผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานเศรษฐกิจ และผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก ประกอบไปด้วย เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่งตั้ง (จำนวนไม่เกิน 3 คน) 

และมีผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยให้ผู้แทน สศช. และผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นผู้ช่วยเลขานุการร่วม 
สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ฯ กำหนดให้การดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการภายใต้ร่างพ.ร.ก.กู้เงินฯ ให้เป็นไปตาม ระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งการดำเนินการตาม แผนงานหรือโครงการดังกล่าวจะต้องกระทำด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ 

คณะกรรมการกลั่นกรองฯมีอำนาจในการพิจารณากลั่นกรองแผนงานหรือโครงการการใช้จ่ายเงินกู้ตามร่าง พ.ร.ก. กู้เงินฯ นี้ ก่อนเสนอ ครม. รวมทั้งกำกับดูแลการดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการที่ใช้เงินกู้ตามร่าง พ.ร.ก. กู้เงินฯ นี้ และรายงานความก้าวหน้าต่อ ครม.ทุก 3 เดือน รวมทั้งกำหนดวงเงินสำหรับรายการเงินสำรองจ่ายตามแผนงานหรือโครงการที่กำหนดไว้ ในบัญชีท้ายร่างพระราชกำหนดกู้เงินฯ นี้ เพื่อจัดเตรียมไว้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการแก้ไขปัญหา เกี่ยวกับการบริหารโครงการตามความจำเป็นและเหมาะสม 

รวมทั้งสามารถให้ข้อเสนอแนะต่อ ครม.เพื่อพิจารณามีมติเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินกู้ สามารถแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย และปฏิบัติงานอื่นๆตามที่ ครม.หรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

นอกจากนี้ยังกำหนดให้ คณะกรรมการฯมีหน้าที่รายงานการกู้เงินตามร่างพ.ร.ก.ที่กระทำในปีงบประมาณที่ล่วงมาแล้วให้รัฐสภาทราบ โดยรายงานดังกล่าวต้องระบุรายละเอียด ของการกู้เงิน วัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินกู้ รวมถึงผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับภายใน 60 วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณด้วย

สำหรับการบริหารจัดการเงินกู้นั้น ตามมติ ครม.ยังได้กำหนดให้ สบน. มีหน้าที่และอำนาจในการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารและจัดการการกู้เงิน การเบิกจ่ายเงินกู้ การบริหารความเสี่ยงหนี้สาธารณะ การติดตามและการประเมินผลโครงการ การชำระหนี้ และการดำเนินงานอื่นใดที่เกี่ยวกับการกู้เงินตาม พ.ร.ก.นี้ 
 
ครม.ยังมีมติมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบ (ก.พ.ร.) หารือร่วมกับ สบน.ให้พิจารณากำหนดกลไกในการกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงหนี้สาธารณะ และการกำกับติดตามและการประเมินผลโครงการ เพื่อให้การดำเนินโครงการเกิดผลสัมฤทธิ์ มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้อย่างแท้จริง  

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่าว่าสำหรับกลไกการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก.เงินกู้ฯฉบับนี้ในสัปดาห์หน้ากระทรวงการคลังจะออกระเบียบ 2 ฉบับ คือ ระเบียบหลักเกณฑ์การกลั่นกรองโครงการ และระเบียบการติดตามและประเมินผลการใช้เงินซึ่งจะมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกร่วมเป็นกรรมการเพื่อความโปร่งใส โดยการพิจารณาจะยึดหลัก “5T” เป็นเกณฑ์สำคัญ ได้แก่ เรื่องการมุ่งเป้าช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย การเปลี่ยนผ่านเพื่อลดความเปราะบางทางพลังงานของประเทศ การพลิกโฉมเศรษฐกิจปรับตัวสู่ยุคใหม่ ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยเน้นการติดตาม ตรวจสอบ รายงานผลการใช้จ่ายการกู้เงินอย่างเป็นระบบ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกันอย่างมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน 

“ในภาวะวิกฤตพลังงานเช่นนี้ ไม่มีประเทศใดในโลกที่ใช้วิธีอุ้มราคาพลังงานเป็นการทั่วไปเพื่อไม่ให้กระทบประชาชน แต่ทุกประเทศจะใช้วิธีปล่อยให้ราคาลอยตัวแล้วนำเงินไปออกมาตรการเยียวยาแบบเฉพาะเจาะจงนอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องการเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ให้เกิดขึ้นภายใน 1 ปี เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดต้นทุนในระยะยาว”นายลวรณ กล่าว

TAGS: #พรก.กู้เงิน #ปลัดคลัง #วิกฤตพลังงาน