นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 161,390 ข้อความโดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ(Verify) ทั้งสิ้น 2,598 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจากSocial Listening 2,598 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 31 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 6เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่องข่าวปลอม 5 เรื่อง ได้แก่
อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง คนละครึ่งพลัส รัฐจ่าย60% ประชาชน 40% ลงทะเบียน 2 พ.ค. 69 นี้
อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง เรียนจบป.6 เป็นทหาร 2ปี การันตีวุฒิเทียบเท่า ม.6
อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง ประกันสังคมปรับเกณฑ์บำบัดทดแทนไต เข้าถึงการรักษาได้ง่ายไม่ต้องสำรองจ่าย
อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ไทยเตรียมขึ้นทะเบียน ปราสาทตาควาย เป็นมรดกโลกกับUNESCO
อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง สุโขทัยเป็นดินแดนของกัมพูชา ไทยบุกแย่งไป
อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเพจเฟซบุ๊ก จัดหางานแห่งประเทศไทย
อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ปปง. เปิดลงทะเบียนรับเงินคืนจากมิจฉาชีพ ผ่านไลน์ @531vyley
สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม : เรื่อง “คนละครึ่งพลัส รัฐจ่าย 60% ประชาชน 40% ลงทะเบียน 2 พ.ค. 69 นี้” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กระทรวงการคลัง ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” เนื่องปัจจุบันยังไม่มี
ประกาศเกี่ยวกับการให้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัสแต่อย่างใด ดังนั้นขอให้ระวังลิงก์ปลอมหลอกลงทะเบียนจากมิจฉาชีพ และอย่าหลงเชื่อหรือกดลิงก์ที่ส่งต่อกันเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อเลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด