“คุณภาพ” ยังสำคัญอยู่ไหม

“คุณภาพ” ยังสำคัญอยู่ไหม
คอลัมน์ 'คุยเฟื่องเรื่องใกล้ตัว' โดย 'วิฑูรย์ สิมะโชคดี'

เพื่อนหลายคนบอกผมว่า“ปัจจุบันธุรกิจอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับ“การบริหารจัดการคุณภาพ" (Quality Management) น้อยลงแล้ว เพราะมีเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญมากกว่า”

พูดง่ายๆว่าผู้บริหารหลายองค์กรต่างให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของสินค้าหรือบริการ” น้อยลง

ผมฟังแล้วอึ้งเลยว่าจริงหรือเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาผมเชื่อเกินร้อยว่า"คุณภาพคือความอยู่รอด (และยั่งยืน)”

ผมว่า เหตุที่นักธุรกิจอุตสาหกรรมปัจจุบันให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของสินค้าหรือบริการ” น้อยลง อาจเป็นเพราะภายใต้ภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจทุกวันนี้  ผู้บริหารจำต้องเปลี่ยนจุดเน้นไปที่การลดต้นทุน (เพื่อต่อสู้เรื่องราคาขาย) แลกความเร็วในการส่งมอบสินค้าให้ตรงเวลา (เพื่อความเชื่อถือและวางตลาดได้เร็ว) แม้จะส่งผลกระทบต่อ “คุณภาพ” โดยไม่ตั้งใจ

การที่ "คุณภาพ" ถูกลดความสำคัญลง จึงเกิดได้จากหลายสาเหตุหลายปัจจัย อาทิ

(1) การมุ่งเน้นประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น นในการทำงาน (ผลิต) เพื่อให้เร็วและถูกที่สุด จนบางครั้ง “เกณฑ์คุณภาพ” หรือ “มาตรฐานคุณภาพ” ถูกปรับลดลงมาให้อยู่ในระดับ “พอใช้ได้” ตามมาตรฐานขั้นต่ำ เพื่อให้แข่งขันด้านราคากับคู่แข่งในท้องตลาดได้

(2) การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและข้อมูล ในยุค Industry 4.0 องค์กรมักมุ่งเน้นไปที่การเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) หรือการเปลี่ยนระบบงานให้เป็นระบบอัตโนมัติ จนละเลยการตรวจสอบคุณภาพในเชิงลึกที่ต้องอาศัยทักษะความชำนาญของมนุษย์เป็นอย่างยิ่ง

(3) ความกดดันจากผู้บริโภคยุคใหม่ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าที่ราคาถูกและเปลี่ยนรุ่นเปลี่ยนรูปแบบใหม่ๆ บ่อยขึ้น ทำให้ผู้ผลิตต้องลดสเปกวัสดุหรือความคงทนลง เพื่อตอบโจทย์ระยะเวลาการใช้งานที่สั้นลง

(4) การพัฒนาคนให้มีคุณภาพ ความรับผิดชอบในงาน เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาต่อเนื่องในการพัฒนาให้เกิดขึ้น อาจไม่ทันกับความต้องการของผู้บริโภคตามภาวะตลาด

ดังนั้น เพื่อให้คุณภาพกลับมาเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จและเป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อความอยู่รอดเติบโตและยั่งยืนต่อไป  เนื่องจากมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อองค์กรในระยะยาว  องค์กรควรจะต้องเปลี่ยนผ่านจากการทำ "การควบคุมคุณภาพ" (Quality Control) ไปสู่ “การบริหารจัดการคุณภาพเชิงกลยุทธ์” (Strategic Quality Management) โดย

 (1) ปรับเปลี่ยนความหมาย “คุณภาพ” จาก “คุณลักษณะของสินค้า” เป็น “คุณค่าตลอดวงจรชีวิต”

 (2) ผนวกคุณภาพเข้ากับแนวคิด Green AI และความยั่งยืน

(3) พัฒนา “วัฒนธรรมแห่งคุณภาพ” (Quality Culture) ให้ฝังลึกในวิถีปฏิบัติขององค์กร ไม่ใช่แค่ระบบ

(4) ปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์กับคู่ค้า

ว่าไปแล้ว ในระดับผู้นำธุรกิจอุตสาหกรรม (ผู้บริหารระดับสูง) แล้ว “คุณภาพ” มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพียงแต่จะต้องสร้างความหมายใหม่เพื่อให้คุณภาพครอบคลุมมากกว่าแค่ตัวสินค้า

ทุกวันนี้ การที่ธุรกิจอุตสาหกรรมจะอยู่รอดในระยะยาวได้นั้น คงไม่สามารถใช้ “ราคา” เป็นตัวนำเพียงอย่างเดียวได้ เพราะ “คุณภาพ” ยังคงเป็นสิ่งเดียวที่จะสร้างความจงรักภักดีของลูกค้าได้จริง

การนำคุณภาพกลับมาเป็นเงื่อนไขสำคัญ เราจะต้องทำให้คุณภาพ “มองเห็นได้” และ “จับต้องได้” ด้วย  โดยผ่านความคุ้มค่า ความยั่งยืน และความเชื่อมั่นในตรายี่ห้อของสินค้า (Brand Name)  ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องอาศัยการสนับสนุนและความจริงจังต่อเนื่องจากผู้บริหารระดับสูง เพื่อเปลี่ยนจาก "ลดต้นทุนเพื่อกำไรระยะสั้น" เป็น “สร้างคุณภาพเพื่อความเติบโตที่ยั่งยืน” ครับผม !

 

TAGS: #คุยเฟื่องเรื่องใกล้ตัว #วิฑูรย์ #สิมะโชคดี