อุตสาหกรรม : Green Industry & Green Skills

อุตสาหกรรม : Green Industry & Green Skills
คอลัมน์ 'คุยเฟื่องเรื่องใกล้ตัว' โดย 'วิฑูรย์ สิมะโชคดี'

นายวราวุธ ศิลปอาชา (รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม) ได้มอบ “นโยบาย” ให้ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรม  เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ระหว่างเวลา 10.30 - 11.30 น. โดยเริ่มด้วยนโยบาย “อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” (One MIND) ที่ว่าด้วยการสื่อสาร การบริหารจัดการ และ การขับเคลื่อนนโยบายพร้อมนี้ได้กล่าวย้ำถึงบทบาทสำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรมที่เป็นเครื่องยนต์หลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมไทย  จึงต้องส่งเสริมและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมทั้งระบบให้มีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น และเท่าทันการเปลี่ยนแปลงต่างๆ โดยต้องไม่เพียงแต่ช่วยผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมรายใหญ่ๆ เท่านั้น แต่ต้องช่วยเหลือ SMEs ไปพร้อมๆ กันด้วย

ท่านรัฐมนตรีฯได้กล่าวถึง“หลักการบริหารงานโดยอาศัย 4 เสาหลัก”อันได้แก่ (1) People Engagement (การรับฟังเสียงของประชาชน) (2) Policy execution (การขับเคลื่อนโยบายของรัฐบาล)  (3) Legal Reform (การปรับกระบวนการและกฎหมาย / กฎระเบียบ) และ (4) Minister's Passion (ความมุ่งมาดของรัฐมนตรี)

ท่านได้ให้ “นโยบายอุตสาหกรรม”(Industrial Policy) ที่ว่าด้วย (1) อุตสาหกรรมเกษตรมูลค่าสูง (High Value Agro - Industry)  (2) อุตสาหกรรมอาหารอัจฉริยะ (Smart Food Industry)  (3) อุตสาหกรรมสมุนไพรและสุขภาพ  (4) อุตสาหกรรมนวัตกรรมอัจฉริยะ (Smart Craft Industry)  (5) อุตสาหกรรม Digital, AI และ Semiconductor และ (6) อุตสาหกรรมสีเขียวและพลังงานสะอาด (Green Industry and Clean Energy)

รายละเอียดในนโยบายต่างๆ อีกมากมาย  ล้วนแต่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมเกิดนวัตกรรมใหม่ๆซึ่งมีความทันสมัยสอดคล้องกับความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี และทำให้เกิดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลพร้อมทั้งสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมมีความรับผิดชอบต่อสังคมโลกด้วย

คำว่า “Green” ในวันนี้ไม่ได้มีความหมายแคบๆ เกี่ยวกับ “สิ่งแวดล้อม” (สีเขียว) แต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็น “แนวความคิดเชิงระบบ” ที่สะท้อนถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเชื่อมโยงกับแนวความคิดของสหประชาชาติ (United Nations) ในเรื่องของ “Sustainable Development Goals” (SDGs) 17 ข้อด้วย

แนวความคิดเรื่อง“Green”จึงเป็นแนวทางหรือวิธีการที่มุ่งเน้นในเรื่องของการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามีประสิทธิภาพการลดของเสียและมลพิษการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (ธรรมชาติ)

ความหมายของ“อุตสาหกรรมสีเขียว”(Green Industry : GI) ของกระทรวงอุตสาหกรรม ก็คือ อุตสาหกรรมที่พัฒนาอย่างยั่งยืนโดยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และมีความรับผิดชอบต่อสังคมตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ประโยชน์ที่สำคัญของ GI มีหลายด้าน อาทิ (1) ด้านเศรษฐกิจ (ลดต้นทุนพลังงาน และวัตถุดิบ)  (2) ด้านสิ่งแวดล้อม (ลดของเสีย มลพิษ ก๊าซเรือนกระจก)  (3) ด้านสังคม (คำนึงถึงชุมชน ผู้มีส่วนได้เสีย)  (4) การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (ไม่ใช่ทำครั้งเดียว แต่ต้องยกระดับด้วยการทำต่อเนื่อง) และอื่นๆ อีกมากมาย

กระทรวงอุตสาหกรรม ได้กำหนดให้ Green Industry แบ่งเป็น 5 ระดับ ที่สามารถนำไปพิมพ์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในบรรจุหีบห่อของผลิตภัณฑ์ได้ คือ ระดับที่ 1 Green Commitment มี “นโยบายสิ่งแวดล้อม” ปฏิบัติตามกฎหมายพื้นฐาน  ระดับที่ 2 Green Activity มี “แผนงานและกิจกรรม” ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม  ระดับที่ 3 Green System มี “ระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม” เช่น ISO 14001  ระดับที่ 4 Green Culture มี “วัฒนธรรมสีเขียว” ทั่วทั้งองค์กร และระดับที่ 5 Green Network มีการขยายผลไปสู่ “Supply Chain และเครือข่าย”

“ความรับผิดชอบต่อสังคม” ขององค์กรต่างๆ ในวันนี้  จึงอยู่ที่ “ผู้บริหาร” ทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นสำคัญคือต้องมุ่งมั่นและจริงจังในการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมให้ได้ผลสัมฤทธิ์ที่ยั่งยืนและมีการตรวจกำกับอย่างต่อเนื่องซึ่งจะต้องมีผู้ตรวจสอบ ผู้กำกับดูแล ผู้ปฏิบัติ ที่มีความรู้ความสามารถด้าน “Green Skills” (ทักษะสีเขียว)  ซึ่งเป็นทักษะใหม่เพื่อการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ  เป็นทักษะด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ที่จะต้องศึกษาเรียนรู้และฝึกปฏิบัติอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง (ตามประกาศของกระทรวงอุดมศึกษาฯ (อว.) เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 นี้)

Green Industry และ Green Skills ในวันนี้  จึงเป็นเรื่องที่ต้องก้าวเดินอย่างเคียงบ่าเคียงไหล่ไปด้วยกัน จึงจะเกิดผลลัพธ์อันเป็นหลักประกันสู่ความยั่งยืน ครับผม !

TAGS: #คุยเฟื่องเรื่องใกล้ตัว #วิฑูรย์ #สิมะโชคดี