โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน อ้างใกล้บรรลุเป้าหมาย แต่สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังตึงเครียด ขณะ CNN ชี้รัฐบาลสหรัฐต้องเร่งแก้วิกฤตพลังงาน หลังราคาน้ำมันพุ่งสูงต่อเนื่อง
สำนักข่าว Axios รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 มีนาคมว่า เขากำลังพิจารณา “ยุติ” ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน แม้วิกฤตการปิดช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยระบุว่าสหรัฐ “ใกล้บรรลุเป้าหมายแล้ว” หลังจากโจมตีศักยภาพทางทหารของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง
ทรัมป์อ้างถึงความสำเร็จหลายด้าน ทั้งการลดขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ การทำลายกองทัพเรือและอากาศ รวมถึงการป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมระบุว่า การดูแลความปลอดภัยของช่องแคบฮอร์มุซควรเป็นหน้าที่ของประเทศที่ใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นหลัก ไม่ใช่สหรัฐโดยตรง แม้จะพร้อมช่วยเหลือหากมีการร้องขอ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐมองว่าคำกล่าวดังกล่าวยังไม่ใช่สัญญาณว่าสงครามจะยุติในเร็ววัน โดยปฏิบัติการทางทหารยังคงดำเนินต่อเนื่อง และอาจใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์ ขณะเดียวกัน สหรัฐยังส่งกำลังทหารเพิ่มเติมไปยังตะวันออกกลาง และมีการพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น การยึดจุดยุทธศาสตร์เพื่อกดดันอิหร่าน
แหล่งข่าวระบุว่า วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทรัมป์ไม่สามารถยุติสงครามได้ตามแผน เนื่องจากการใช้กำลังเปิดเส้นทางเดินเรือมีความเสี่ยงสูงต่อการขยายความขัดแย้ง
ในอีกด้านหนึ่ง ทรัมป์ยังวิพากษ์วิจารณ์พันธมิตรนาโต โดยมองว่าไม่ให้การสนับสนุนทางทหารเพียงพอ พร้อมเรียกว่าเป็น “เสือกระดาษ” หากไม่มีสหรัฐ
ขณะเดียวกัน วิกฤตดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อตลาดพลังงานโลก โดย CNN รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างมากจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น และได้ใช้มาตรการหลายด้านเพื่อบรรเทาสถานการณ์ แต่ยังไม่สามารถควบคุมราคาได้
ล่าสุด สหรัฐตัดสินใจผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านชั่วคราว เพื่อเพิ่มอุปทานในตลาดโลก รวมถึงการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ และผ่อนคลายข้อจำกัดบางส่วนต่อประเทศผู้ผลิตรายอื่น
รายงานระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งแตะ 112.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดสงคราม และมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงไปอีกระยะยาว
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของสหรัฐ ที่ต้องดำเนินนโยบายทางทหารควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสงครามในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อพลังงานในระยะยาว