นายกฯ ยัน น้ำมันสำรองเพียงพอไม่ถึงขั้นวิกฤต พรุ่งนี้ เรียก “พลังงาน - พาณิชย์” หารือตรึงราคาหวั่นกระทบต้นทุนสินค้า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เผย มาตรการบริหารจัดการน้ำมัน หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ว่า บริษัทน้ำมันไทย ไม่ได้อยู่ในมือเอกชน แต่อยู่ในมือ ปตท. ซึ่งแม้เป็นเอกชน แต่มีรัฐถือหุ้นใหญ่ และมีกฎหมายดูแลในด้านความมั่นคง ที่จะสามารถสั่งห้ามส่งออกน้ำมัน แม้ทุกวันนี้ จะมีการสั่งห้ามอยู่ แต่ยกเว้น สปป.ลาว เพราะเป็นบ้านพี่เมืองน้อง อีกทั้งไทยต้องรักษาฐานการใช้ไฟฟ้าที่ สปป.ลาวส่งมายังประเทศไทย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน ย้ำว่า การส่งออกน้ำมันไปยัง สปป.ลาว อยู่นอกเหนือจากปริมาณการใช้ในประเทศ โดยกระทรวงพลังงานได้รายงานว่า ขณะนี้สามารถกลั่นในประเทศไทยได้ราว 170 ล้านลิตร ในจำนวนนี้ใช้ประมาณ 130 ล้านลิตร และส่งไปยัง สปป.ลาว 7 ล้านลิตร ที่เหลือส่งไปยังประเทศอื่นๆ ดังนั้นน้ำมันที่เหลือ ตนเองได้ให้นโยบายไปว่า หากสถานการณ์พัฒนาในทางที่รุนแรงขึ้น ในส่วนอีก 30 ล้านลิตรที่ส่งขายสร้างรายได้ให้ประเทศ ก็ต้องมากำหนดสัดส่วนกันใหม่
เมื่อถามว่า ต้องมีการทบทวนได้หรือยัง เพราะล่าสุดมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันแล้ว นายกฯ กล่าวว่า เรื่องราคาน้ำมันจะต้องไปดำเนินการ แต่เป็นกลไกตลาด เราจะพยายามตรึงราคาให้มากที่สุด ในวันที่ 4 มี.ค. จะมีการหารือกับกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน ในการตรึงราคาสิ่งต่างๆที่มีผลต่อต้นทุน และการใช้ชีวิตของประชาชน
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง การที่ประชาชนแตกตื่น กักตุนน้ำมันในช่วงนี้ว่า การที่ประชาชนจะตื่นไว้ไม่มีปัญหา แต่ยืนยันได้ว่า ในช่วงนี้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตอย่างแน่นอน และมีน้ำมันสำรองไว้ใช้ได้ ยืนยันว่า ไม่ใช่แค่ 60 วัน แต่ไทยยังมีแหล่งน้ำมันดิบในภูมิภาคอื่นๆอีกด้วย อย่างไรก็ตาม กำลังผลิตของโลกจะหายไปส่วนหนึ่ง และกลไกตลาดจะส่งผลต่อราคา รวมถึงแก๊ส จึงต้องมาดูรายละเอียดในเรื่องนี้ว่าจะต้องจัดการอย่างไร
นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่า การใช้น้ำมันในแต่ละวันของไทย จะมีเพียงพอที่จะใช้ภายในประเทศ แต่ได้กำชับให้กระทรวงพลังงาน และ ปตท. โดยปลัดกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานบอร์ด ปตท. ออกมาชี้แจงประเด็นต่างๆเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน