ครบรอบ 21 ปีสึนามิ “สุวิทย์ คุณกิตติ” เปิดบทเรียนเลือด ชี้รัฐยังขาดระบบเตือนภัย–บริหารวิกฤต

ครบรอบ 21 ปีสึนามิ “สุวิทย์ คุณกิตติ” เปิดบทเรียนเลือด ชี้รัฐยังขาดระบบเตือนภัย–บริหารวิกฤต
สุวิทย์ คุณกิตติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี

นายสุวิทย์ คุณกิตติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวในเรื่องของเหตุการณ์สีนามิชายฝั่งอันดามัน ปีพ.ศ. 2547 เผยถึงความทรงจำและบทเรียนจากภารกิจการบริหารจัดการภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย โดยภายในโพสต์ระบุตามนี้ 

#สึนามิ ผ่านไป 21 ปี ความทรงจำ บทเรียนที่เลวร้าย ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่โหดร้ายรุนแรง คร่าชีวิตคนหลายแสนคน

เฉพาะพื้นที่อ.ตะกวั่งป่า จ.พังงาได้รับผลกระทบหนักที่สุด จากวันที่ 26 ธันวาคม 2547 จนถึงปลายเดือน มีนาคม 2548 เป็นพื้นที่ที่ผมอาสารับผิดชอบและได้รับมอบอำนาจจากนายกรัฐมนตรีให้ใช้อำนาจท่านได้เต็มที่สั่งการได้ทุกหน่วยงาน เป็นผู้บัญชาการรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

ผมแบ่งพื้นที่ออกเป็น 7 ส่วน มีทีมค้นหาและช่วยชีวิตอยู่ 7 ทีมลงพื้นที่ทำงานพร้อมกันทั้ง 7 พื้นที่เพื่อความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่ละชุดจะมีภาพถ่ายทางอากาศล่าสุดที่แบ่งขอบเขตอย่างชัดเจน มีรูปบ้าน อาคาร สถานที่โรงเรียน โรงแรม ทุกแห่งในพื้นที่ชัดเจน

เราลุยตั้งแต่คืนแรกที่ สึนามิ ขึ้นฝั่ง ได้กำลังทหารตำรวจในพื้นที่ เป็น 100 นาย ตั้งแถวหน้ากระดานเรียงเดี่ยวห่างกัน 1 ช่วงแขน เดินจากถนนเส้นหลัก มุ่งหน้าลงทะเล ผมต้องเดินนำหน้าพร้อมปืนพกสั้นของตำรวจที่ตกลงกันว่าหากมีอ๊าฟเตอร์ช๊อค มีคลื่นยักษ์มาผมจะยิงปืนให้สัญญาณ ให้ทุกคนรีบขึ้นที่สูงทันที เพราะระบบสื่อสารล่มทุกระบบ จึงต้องใช้วิธีนี้ จนเช้าพวกเราเก็บร่างไร้วิญญาณได้ 64 ร่าง และในตอนเช้าทีมตำรวจภาค 8 ก็ได้พบร่างคุณพุ่มที่ถูกน้ำพัดพาจากรร.ท่านมาติดค้างนอนบนฟูกในวิลล่า ของ Sunshine Resort ที่อยู่หลัง รร.ลาฟลอร่า ที่พักของท่าน รอบๆบริเวณนอกวิลล่า มีร่างชาวต่างชาติหลายร่าง จึงได้เชิญร่างของท่านไปภูเก็ตเพื่อนำกลับกรุงเทพมหานคร

ผมได้ยึดห้องทำงานนายอำเภอตะกั่วป่าเป็นที่พำนัก ใช้ห้องประชุมอำเภอเป็นกองบัญชาการตลอด 3 เดือน ที่ทำการค้นหาช่วยเหลือทำความสะอาดอำนวยความสะดวกในการพิสูจน์อัตลักษณ์ กว่า 7,000 ราย ดูแลด้านฟื้นฟูบูรณะจนเสร็จสิ้นภาระกิจ เราจะมีการประชุมสรุปผลการดำเนินการของชุดปฏิบัติการทุกวันตอน 2 ทุ่มเพื่อดูว่าชุดไหนทำงานไปได้เท่าไหร่ ติดขัดตรงไหน ขาดแคลนเรื่องอะไร ก็ได้สั่งการจัดหาเพิ่มเติมในคืนนั้นเพื่อจะได้ทำงานต่อได้ในเช้าวันรุ่งขึ้น

บทเรียนที่ได้รับคือ

1. การรายงานเหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้น จากหน่วยงานที่รับผิดชอบ

กรณีนี้คือ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี โทรศัพท์มารายงานด่วนทันทีที่เกิดแผ่นดินไหวเหนือเกาะสุมาตรา ตั้งแต่เช้าเพราะที่คอนโดของท่านอธิบดีตึกมีการแกว่งตัว น้ำในสระว่ายน้ำกระฉอกออกมาจากสระ ทันทีที่ได้รับรายงานก่อน 8 โมงเช้า ผมก็สั่งการให้ท่านอธิบดีรีบขอเข้ารายการสถานีวิทยุและโทรทัศน์ Breaking news และขอออกข่าวตอน8 โมงเช้า เพื่อแจ้งประชาชนในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบให้อพยพออกมาจากริมฝั่งทะเลทันที เพราะจะเกิดสึนามิ มีคลื่นยักษ์มากระทบฝั่ง ท่านอธิบดีถามผมว่าท่านรัฐมนตรีรู้จักสึนามิด้วยเหรอ ผมบอกท่านว่ารู้จักเพราะได้ดูจากสารคดี National Geographic แต่น่าเสียดายที่ไม่มีที่ไหนยอมออกข่าวให้ยกเว้นวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน ที่ชาวบ้านในภูเก็ตไม่กี่คนบอกว่ารอดเพราะได้ยินข่าวจากรายการนี้

เพราะฉะนั้นการประกาศเตือนภัยและคำแนะนำต้องรีบดำเนินการโดยทันทีผ่านสื่อสารมวลชนทุกแขนง โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ สถานีวิทยุทุกแห่ง โซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม

2. เราไม่เคยได้รับผลกระทบหรือประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติแบบนี้มาก่อน เลยไม่เคยให้ความความเข้าใจว่ากับหน่วยงานของรัฐหน่วยราชการทหารตำรวจ อปท. ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ควรต้องทำอย่างไร 

2.1 ต้องมีการจัดทำคู่มือ ในการบริหารจัดการกรณีเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือเกิดวิกฤตการณ์ที่กระทบกับพื้นที่และคนเป็นจำนวนมาก 

เริ่มตั้งแต่การวางแผนและกำหนดมาตรการในการป้องกันกรณีที่เกิดเหตุเช่นกรณีสึนามิ แต่ละท้องที่จะต้องกำหนดเส้นทางการอพยพของพี่น้องประชาชนในแต่ละชุมชนและพื้นที่ต่างๆว่าจะต้องอพยพไปรวมพลที่ไหนอย่างไรเพื่อให้ปลอดภัย มีการทำเครื่องหมายตามเส้นทางต่างๆที่เห็นและเข้าใจได้ง่าย มีการซักซ้อมในการอพยพกรณีที่เกิดสึนามิหรือได้รับการเตือนภัย

2.2 จะต้องมีการอบรมข้าราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งประชาชนในพื้นที่เป็นระยะสม่ำเสมอเพื่อให้เข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ เข้าใจถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นและความจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของศูนย์ปฏิบัติการในเหตุการณ์ฉุกเฉินและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

2.3 มีการอบรมเด็กนักเรียนนักศึกษาตาม โรงเรียนและสถานศึกษาต่างๆ และ

2.4 มีการทำเอกสารเพื่อเผยแพร่ให้กับนักท่องเที่ยวที่มาจากต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ 

3.การเตรียมความพร้อมเรื่องระบบสื่อสาร ที่จะต้องมีระบบสำรอง เพื่อรองรับกรณีระบบที่ใช้อยู่เกิดเสียหายใช้การไม่ได้ แต่ปัจจุบันน่าจะสามารถใช้ Starlink สัญญาน internet จากดาวเทียมได้แล้ว

4.มีแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศล่าสุดหรือภาพถ่ายดาวเทียม ที่มีรายละเอียดลึกลงไปถึงบ้านเรือน อาคาร สถานที่ในแหล่งรวมพล ที่เก็บรักษาเครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์ ในพื้นที่ทั้งหมด

5. มีการสำรวจจัดทำบัญชีกำลังคน อุปกรณ์ เครื่องมือ ที่จำเป็นต้องใช้ในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน ว่าที่ไหนมีอะไร จุดไหนใกล้ไกลจากสถานที่เกิดเหตุการณ์ เพื่อการจัดหาให้ทันเหตุการณ์ความจำเป็นเร่งด่วน

6. มี ระบบมาตรฐานที่จะเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อตรวจสอบและให้บริการ ช่วยเหลือ ผู้ได้รับผลกระทบ อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว 

ยังมีอีกหลายเรื่องที่จะนำเสนอแต่เอาเร็วเร็วแค่นี้ก่อนแล้วกันนะครับ

21 ปีแล้วผมยังไม่เห็นว่ามีการดำเนินการเรื่องเหล่านี้ที่เคยมอบหมายและสั่งการไว้แล้วหรือถ้ามีการดำเนินการแล้วขอดูด้วยนะครับ

 

TAGS: #สึนามิ2547 #ครบรอบ21ปีสึนามิ #บทเรียนภัยพิบัติ #สุวิทย์คุณกิตติ