เรียนรู้ - ใช้งาน – แบ่งปัน - ทำบุญ

เรียนรู้ - ใช้งาน – แบ่งปัน - ทำบุญ
คอลัมน์ 'คุยเฟื่องรื่องใกล้ตัว' โดย 'วิฑูรย์ สิมะโชคดี'

อุปนิสัยสำคัญที่น่ายกย่องชื่นชมประการหนึ่งของคนไทยเรา ก็คือ “การ (ชอบ) ทำบุญ”

เรื่องนี้ผมยืนยันจากประสบการณ์ได้เลยครับ คือ ตั้งแต่สมัยรับราชการอยู่ เวลาทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันของข้าราชการและพนักงานในกระทรวงอุตสาหกรรม กิจกรรมที่มีคนร่วมมากที่สุด (และมีความคึกคักมีชีวิตชีวามากที่สุด) ไม่ใช่กิจกรรมที่ว่าด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม (เช่น การปลูกป่า การเก็บขยะ การวางปะการัง เป็นต้น)  แต่เป็นเรื่องของการร่วมทำบุญและสร้างกุศลทั้งในวัด และศาสนสถาน เช่น ทำบุญทอดกฐิน เททองหล่อพระ มอบเงินโรงพยาบาลสงฆ์ มอบเงินให้สมาคมคนพิการ เป็นต้น  โดยเห็นได้ว่า กิจกรรมทอดกฐิน ทอดผ้าป่า จะมีชาวบ้านในท้องถิ่นนั้นๆ พร้อมใจร่วมงานกันคับคั่ง และปิดท้ายด้วยงานรื่นเริงตอนเย็น

เรื่องของการทำบุญทำทานนี้ ผมว่าอยู่ใน “สายเลือดของคนไทย” ทุกคน ที่กระตือรือร้นจะร่วมบริจาคเงินและทรัพย์สินมากบ้างน้อยบ้างตามกำลังศรัทธา แต่ทุกคนก็อาสาร่วมด้วยช่วยกันในรูปแบบต่างๆ

 “การทำบุญ” เกี่ยวข้องกับ “วิธีคิดและวิถีชีวิต” ของคนไทยอันเนื่องมาจาก “พุทธศาสนา” มากที่สุด เพราะคนไทยส่วนใหญ่ มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของ “บาปบุญคุณโทษ” เบื้องต้นอยู่แล้ว อาทิ (1) ทำบุญแล้วเกิดกุศล (ขึ้นสวรรค์)ผลบุญส่งผลให้ชีวิตดีขึ้น  (2) ทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้บุพการีผู้ล่วงลับ  (3) ทำบุญเพื่อลดกรรมหรือแก้กรรม  (4) ทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล  (5) ทำบุญเพื่อเพิ่มบุญบารมี เป็นต้น

“การทำบุญ”จึงมีความหมายอย่างยิ่งในสังคมไทย เพราะ (1) เป็นพื้นฐานทางวัฒนธรรมและศาสนา  (2) สร้างความสบายใจและความสงบทางจิตใจ  (3) เสริมความสัมพันธ์ในชุมชนและครอบครัว  (4) เป็นเครื่องมือพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรม  (5) เป็นการสืบสานประเพณีและอัตลักษณ์ไทย เป็นต้น

เราจึงเห็นประเพณีของไทยที่เกี่ยวกับ“การทำบุญ” สอดแทรกในงานของจังหวัดและท้องถิ่นต่างๆ มากมาย

ผมจึงเชื่อมั่นในความสำคัญของ “การทำบุญ” ที่สามารถผนวกเข้ากับ “การพัฒนาคุณภาพชีวิต” (การยกระดับคุณภาพชีวิต) ของคนไทย ด้วยคำขวัญที่ว่า “เรียนรู้ - ใช้งาน - แบ่งปัน - ทำบุญ”

คือหมายความว่าเราต้องสร้างนิสัย“รักการเรียนรู้”ทุกเรื่องที่เราเรียนรู้ไม่ว่าจะอยู่ในห้องเรียนหรือนอกห้องเรียน หรือศึกษาเรียนรู้เองนอกระบบการศึกษา หลังการเรียนรู้แล้ว เราจะต้องสามารถนำความรู้นั้นๆ ไป “ใช้งาน”หรือต่อยอดใช้ได้ผลจริงเพื่อการดำรงชีพจนมีความเป็นมืออาชีพในเรื่องนั้นๆและต้องสามารถ “แบ่งปัน”  ถ่ายทอดสู่สังคมให้ได้ประโยชน์ร่วมกัน

และการที่เราจะสามารถทำให้ชีวิตมีความปิติเต็มเปี่ยมและมีความสมบูรณ์พูนสุขมากขึ้นก็คือ“การทำบุญ” เพื่อสร้างบุญบารมีพร้อมๆ กับการแบ่งปันให้กับผู้ด้อยโอกาสกว่า เพื่อให้เขามีโอกาสอะไรๆ มากขึ้น

ทุกวันนี้เราคงไม่ต้องมุ่งมั่นเพื่อการหาคำตอบให้ได้ว่า “ชีวิตคืออะไร” (เกิดมาเพื่ออะไร/มีความหมายอะไร)  แต่เราควรจะ “ทำ” ให้ “ชีวิตมีความหมาย” มากกว่า คือ ชีวิตที่รู้จักแบ่งปัน และทำให้คนอื่นมีรอยยิ้มเพิ่มขึ้นด้วย

เมื่อเราต่างมีชีวิตกันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ถ้าเราเพิ่มคุณภาพชีวิตด้วยการ “เรียนรู้ ใช้งาน - แบ่งปัน - ทำบุญ” จะดีกว่ากันไหม

นั่นคือ

- เรียนรู้ (ตลอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง)

- ใช้งาน (เรื่องที่เรียนรู้มาให้เป็นประโยชน์จริง)

- แบ่งปัน (เพื่อให้ผู้อื่นได้รู้ได้ใช้ประโยชน์ด้วย)

- ทำบุญ (เพื่อให้จิตใจผ่องใสและมีความสุข)  ครับผม !

 

TAGS: #คุยเฟื่องรื่องใกล้ตัว #วิฑูรย์ #สิมะโชคดี